“ผู้ว่า​ฯสงขลา”​ หารือคณะกรรมการกรอ. เพื่อร่วมพัฒนาจังหวัดให้เข้มแข็งในช่วงโควิด-19​ “รองอำพล”​ ดัน​ อบจ.เจ้าภาพฝึกอาชีพผู้ว่างงาน​ ขณะที่​ “ประธานหอการค้า”​ เสนอ​ 4​ ข้อ ช่วยผปก.-ปชช.

13 พ.ค. 63​ ที่ห้องประชุม CEO ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานประชุมขับเคลื่อนคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.)​ เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดสงขลาและติดตามการดำเนินงานคณะทำงานด้านการส่งเสริมและลดผลกระทบในภาคธุรกิจเอกชน ครั้งที่ 2/2563 เพื่อหาแนวทางการพัฒนาจังหวัดให้มีความเข้มแข็ง และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

โดยมี​​ นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา นายประพันธ์ ศรีสุวรรณ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ปฏิบัติหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา​ นายพนมเทียน เส้งวั่น ท้องถิ่นจังหวัดสงขลา​ นายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์ นายกสมาคมสมาพันธ์ธุ รกิจการท่องเทียวจังหวัด สงชลา นายพิชัย จงไพรัตน์ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีจังหวัดสงขลา นายศิวัตน์ สุวรรณวงศ์ นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา นายชนินทร์ สาครินทร์ องค์กรภาคีสงขลาสมาคม ดร.ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล รองประธานบริษัท​ สงขลาพัฒนาเมือง​ จำกัด​ หัวหน้าส่วนราชการการ หน่วยงานภาคเอกชน สถานประกอบการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา​ กล่าวว่า​ จังหวัดสงขลา ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดสงขลา และคณะทำงานด้านการส่งเสริมและลดผลกระทบในภาคธุรกิจเอกชน เพื่อหาแนวทางการพัฒนาจังหวัดให้มีความเข้มแข็งและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

ในที่ประชุมได้มีการติดตามความคืบหน้ามาตรการของกระทรวงการคลังในการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย ทั้งในด้านมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ, มาตรการพักเงินต้น ลดดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาการชำระหนี้, โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย, โครงการสินเชื่อฉุกเฉินไม่จำเป็นต้องมีหลักประกัน, โครงการสินเชื่อเพิ่มเติม, มาตรการเยียวยา 5,000 บาท เราไม่ทิ้งกันและการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ รุ่นเราไม่ทิ้งกัน รวมถึงความคืบหน้ามาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและระบบการเงิน

นอกจากนี้​ ได้มีการวิเคราะห์เศรษฐกิจจังหวัดสงขลา จากผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดสงขลา ปี 2561, การพิจารณาเปิดจุดผ่านแดนถาวรด่านศุลกากรปาดังเบซาร์และจุดผ่านแดนถาวรด่านศุลกากรบ้านประกอบ สำหรับเฉพาะการขนส่งสินค้าทางรถ, การกำหนดมาตรฐาน SHA (Safe & Health Administration) ใช้ได้ทุกสถานประกอบการ, การจัดกิจกรรมเดิน กิน ชิมเที่ยว ถนนคนเดินหาดใหญ่ และข้อเสนอของภาคเอกชนเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมและลดผลกระทบในภาคธุรกิจเอกชน

นายอำพล พงศ์สุวรรณ​ กล่าวว่า​ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 สงขลา เปิดรับสมัครฝึกอบรมให้กับกลุ่มเป้าหมายแรงงานนอกระบบ ผู้ว่างงาน ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 เพื่อเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพและประกอบอาชีพอิสระ ภายใต้มาตรการช่วยเหลือของกระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 สงขลา​ (สพร.12 สงขลา) ซึ่งเปิดสอนฝึกอาชีพฟรี จำนวน​ 20​ วัน​ และมีเบี้ยเลี้ยงให้วันละ​ 150​ บาท

ทางกระทรวงแรงงาน​ กำลังดำเนินการของบประมาณจากรัฐบาล​ ซึ่งทั้งประเทศเมื่อลงมาที่จังหวัดสงขลาอาจไม่มากนัก​ ขณะเดียวกัน สถานประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยว​ มีพนักงานที่ว่างงานทุกประเภท​ทั้งมัคคุเทศก์​ โรงแรม​ ร้านอาหาร​รถขนส่ง​ ร้านขายของที่ระลึก​ และอื่น​ๆ​ มีผู้ว่างงานจากผลกระทบโควิดในจังหวัด​สงขลา​ประมาณ 10,000​ คน​ ซึ่งในกรอบของกระทรวงแรงงานที่ได้รับงบประมาณของจังหวัดสงขลา​ อาจไม่เพียงพอ

“หาก​ อบจ.สงขลา จะรับเป็นเจ้าภาพในการฝึกอบรมในลักษณะเดียวกับที่กระทรวงแรงงาน​ โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 สงขลา​ เป็นผู้ดำเนินการจะได้หรือไม่” นายอำพล กล่าว และว่า

กรณีดังกล่าว ท้องถิ่นจังหวัดสงขลาได้ศึกษาในข้อระเบียบ​พบว่า​ อบจ.สงขลา สามารถดำเนินการได้​ และมีข้อระเบียบรองรับ ฉะนั้น​ ฝากท่าน​ ปลัดอบจ.สงขลา
พิจารณาในเรื่องนี้​ เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องช่วยเหลือผู้ว่างงานจากสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยวให้เร็วที่สุด ซึ่งการฝึกอบรมนั้น​ จะได้ประโยชน์ 2 เด้ง
ทั้งการฝึกทักษะพนักงานและมีเบี้ยเลี้ยงให้นำไปใช้ นับเป็นกรอบกิจกรรมที่อยากฝากให้ทาง​ อบจ.รีบพิจารณาให้เร่งด่วนที่สุด​ ถ้าหากช้าจะไม่เกิดประโยชน์ ในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในสถานการณ์ปัจจุบันต้องทำดำเนินการด้วยความรวดเร็ว

ทั้งนี้ นายประพันธ์ ศรีสุวรรณ บอกว่า จะรับเรื่องไปพิจารณาในระเบียบข้อกฎหมาย ดูว่าจะสอดคล้ดงกับแผนงบประมาณอย่างไร และจะรีบนัดหารือต่อไป

ด้าน นายกวิศพงษ์ สิริธนนท์สกุล​ กล่าวว่า​ ตนได้ทำหนังสือเรียนเพิ่มเติมในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ​ในวิกฤติ​การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19​ ดังนี้

1.​ ขอให้ธนาคารของภาครัฐมีมาตรการสนับสนุนให้เกิดจะมีรายย่อยในวงเงิน 50,000 บาท​ ไม่เกิน 500,000 บาท​ นำเสนอเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ​ จากที่ได้พบปะเยี่ยมผู้ประกอบการ​บริเวณตลาดพลาซ่า, ถนนเสน่หานุสรณ์, นิพัทธ์อุทิศ 3, ย่านห้างสรรพสินค้าลีการ์เด้นส์, โอเดียน​ และด่านนอก​ อำ​เภอ​สะเดา​ พบว่า ผู้ประกอบการไม่มีรายได้​ หรือต้องปิดการซึ่งจากมาตรการที่ผ่อนคลายให้สามารถจัดการได้ แต่พบว่า ไม่มีลูกค้า ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยว​ และในระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมาไม่มีลูกค้า​ ทำให้ขาดสภาพคล่อง

2.​ ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา​ ได้เสนอขอลดค่าไฟฟ้าให้ผู้ประกอบการ​ ซึ่งในวันนี้ที่ประชุมได้นำเสนอลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ประกอบการ​การโรงแรม​ ตนจึงนำเสนอเพิ่มเติมให้เป็นผู้ประกอบการทุกประเภท

3. ขอให้เพิ่มวงเงินช่วยเหลือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ​ เดิมช่วยเหลือ​ 200 – 300 บาท​ จึงขอให้เพิ่มวงเงิน 500 บาททุกราย​ โดยได้นำเสนอไปยังหอการค้าไทย​ และธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว​ จึงเสนอในการประชุมในครั้งนี้ด้วย และ​ 4.​ เป็นข้อสังเกต​ ผู้โดยสารที่ใช้บริการสนามบินหาดใหญ่​ และเดินทางมาที่สนามบินหาดใหญ่​ พบว่ามาตรการในการตรวจยังไม่เข้มงวด​ โดยไม่มีการลงทะเบียนผู้เดินทางจากกรุงเทพฯ​ หรือจังหวัดกลุ่มเสี่ยง​ เพื่อที่จะให้​เจ้าหน้าที่ อสม.เข้าไปดูแลต่อไป​ ซึ่งเป็นช่องว่างหนึ่งที่จะนำเรียนให้พิจารณา​