คนสำเร็จขยันและลงมือทำ! “ปอนด์​ ปฐมพงศ์​ พงศ์สุวรรณ​”​ ลูกชายรองผู้ว่าฯ​ อำพล​ ฝึกประสบการณ์​ส่งอาหารเดลิเวอรี่​ สร้างรายได้​ช่วงปิดเทอม​ เผยเป็นงานสุจริต​ ทำได้ไม่ต้องอาย​


“ปอนด์”​ นายปฐมพงศ์​ พงศ์สุวรรณ​ หนุ่มส่งอาหารเดลิเวอรี่​ วัย 22​ ปี​ ลูกชายรองผู้ว่าการ​จังหวัด​สงขลา นายอำพล​ พงศ์สุวรรณ​ เผยจุดเริ่มต้นที่เริ่มทำงาน​ส่งอาหารเดลิเวอรี่ว่า​ ตนเป็นนักศึกษาชั้นปี​ 3​ คณะบริหารธุรกิจ​ สาขาการจัดการอุตสาหกรรม​ มหาวิทยา​ลัยเทคโนโลยี​ราช​มงคล​ศรีวิชัย(มทร.ศรีวิชัย)​ ในช่วงที่ปิดเทอมยาว จึงมองหาอาชีพเสริมเพื่อหารายได้​แทนที่จะอยู่บ้านเฉย​ๆ​ ประกอบกับเป็นช่วงสถานการณ์โควิด-19​ คนส่วนใหญ่​ไม่ออกจากบ้าน โดยสั่งอาหารออนไลน์​ จึงตัดสินใจชวนเพื่​อ​น​ๆ​ สมัครส่งอาหารเดลิ​เวอรี่​​


ประสบการณ์​ในการขี่มอเตอร์ไซค์ส่งอาหารเดลิเวอรี่​กว่า​ 20​ วันที่ผ่านมา​ ได้ฝึกความอดทน​และเปิดประสบการณ์​ใหม่ ส่วนตัวเป็นคนใจร้อน​ เมื่อได้ทำงานบริการต้องมีความอดทน​ ใจเย็น และพร้อมที่จะบริการลูกค้า


ทุกวัน​จะออกจากบ้าน​ เพื่อไปรับออเดอร์จากลูกค้าที่สั่งผ่านระบบแอปพลิเคชั่น​ วันละ​ 7​ ชั่วโมง​ เป้าหมาย​คือ​ การหาประสบการณ์ให้ชีวิตและเก็บเงินสำรองสำหรับตัวเอง โดยรายได้เฉลี่ย​วันละ​ 700​-1,200 บา​ท​ ขึ้นอยู่กับความขยันของการวิ่งรอบออเดอร์​ ซึ่งในช่วงแรกพ่อเป็นห่วงเรื่องสถานการณ์​โควิด​-19 ซึ่งตนยืนยันเรื่องการป้องกันตัวเองเป็นอย่างดี


“ผมมองว่า​ งานที่สุจริต​เราสามารถ​ทำได้ทุกงานโดยไม่ต้องอาย​ ไม่ต้องกลัวใครดูถูก​ เพราะเราชนะใจตัวเองแล้วที่มีความขยัน แต่ถ้างานนั้นไม่สุจริต ​นั่นเป็นสิ่งที่น่าอายมากกว่า” ​ในช่วงที่มีเวลาว่างไม่ค่อยอยู่เฉย​ มักหาอะไรทำอยู่เสมอ​ อาทิ​ ซ่อมแอร์​ ทำสวน ​เลี้ยงวัว​ ขายมะพร้าว​ ใช้ชีวิตแบบติดดิน “สิ่งที่เพื่อนคนอื่น​ๆ​ เขามี ผมก็มีเหมือนกับเพื่อนทุกอย่าง​ เเต่ปอนด์​เลือกที่จะเบา​ๆ​ ในการใช้ชีวิต​ เพราะเราไม่จำเป็นต้องไปแข่งกับใคร​ ปอนด์​ชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย​ ไม่เเข่งกับใคร”​


พ่อกับแม่สอนให้พวกเรา​ 2​ พี่น้องรู้จักความลำบาก​ ไม่ตามใจในสิ่งที่ฟุ่มเฟือย​ รู้จักเก็บออมเงิน​ และพูดให้ฟังเสมอว่า​ พ่อกับเเม่เริ่มจากศูนย์​ ถึงจะใหญ่โตเเค่ไหน เราก็ต้องอยู่เหมือนเดิม ตอนเเรกที่เริ่มจากศูนย์​ พ่อเเม่สอนมาแบบนี้ตลอด
…..

ขณะที่ รองผู้ว่าฯอำพล​ พงศ์​สุวรรณ​ กล่าวว่า​ ก่อนที่ปอนด์​ตัดสินใจสมัครส่งอาหาร​เดลิ​เวอรี่ได้มาขออนุญาต​ตนก่อนว่า ได้หรือไม่​ ตนก็ตอบไปว่าให้เขาตัดสินใจ​เลย​ ทำอาชีพอะไรก็ได้ขอแค่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง​ อาชีพสุจริต​ และยังใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมให้เกิดประโยชน์​กับตัวเอง​ มีรายได้​

“จากที่ปอนด์​มีความตั้งใจในการทำงานหารายได้​เสริมในช่วงปิดเทอม ทำให้เห็นว่าลูกของเราโตขึ้น​ มีความรับผิดชอบ​ มีความคิดที่จะทำมาหากิน​ หาเงินด้วยตัวของเขาเอง​ ผมแอบยิ้มอยู่ในใจ​ เราเป็นพ่อ​ เมื่อลูกคิดได้แบบนี้ก็เป็นสิ่งที่ดี”​ นายอำพล กล่าว และว่า

ไม่ได้เลี้ยงลูกแบบตามใจ​ ทำหน้าที่​พ่อด้วยการส่งลูกให้เรียนหนังสือ​ พร่ำสอนอยู่เสมอว่า​ ทำหน้าที่ของลูกให้ดีที่สุด ​รับผิดชอบ​การเรียนให้สำเร็จ​ โดยไม่เน้นให้เรียนเก่ง​ ไม่กดดัน​ และไม่บังคับ​ลูก โดยให้เลือกสายที่อยากเรียนด้วยตัวเอง​ แต่ให้มีความสุข​กับการเรียน

​“ผมปล่อยให้ลูกมีความคิดเป็นอิสระ​ และลงมือทำด้วยตัวเอง​ โดยเราคอยแนะนำตักเตือน สิ่งไหนที่ควรทำหรือไม่ควรทำ​ ​ทำให้เขารู้จัก​คิด และ​พัฒนา​ตัวเองได้ตามที่เขาต้องการ”​
…..
(อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ในนสพ.ภาคใต้โฟกัส ฉบับที่ 1,138 ประจำสัปดาห์นี้)