นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ให้ข้อมูลว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ดำเนินงานโครงการส่งเสริมเคหกิจเกษตร​ เพื่อความมั่นคงด้านอาหารในครัวเรือนและชุมชน มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 เพื่อให้ครัวเรือนเกษตรกร มีความมั่นคงด้านอาหารและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

โดยมีการร่วมกันวิเคราะห์พื้นที่ในชุมชน สอบถามความต้องการในการปลูกพืช และจัดทำแผนการผลิตปลูกพืชผัก​ พร้อมทั้งสนับสนุนปัจจัยการผลิตให้ชุมชน ปลูกผักในแปลงรวมและตามบริเวณรอบบ้านของเกษตรกร โดยมีกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเป็นแกนนำร่วมกับชุมชนในการสร้างแหล่งอาหารที่มีคุณภาพสำหรับไว้บริโภคในครัวเรือน ทั้งนี้การจะเข้าถึงความมั่นคงทางอาหารได้นั้น ต้องประกอบไปด้วย 4 ด้าน คือ

1. การมีอาหาร (Food Availability) หมายถึง การมีอาหารในปริมาณที่เพียงพอและมีคุณภาพที่เหมาะสม
2. การเข้าถึงอาหาร (Food Access) หมายถึง การเข้าถึงทรัพยากรที่เหมาะสม เพื่อการหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม
3. การใช้ประโยชน์ (Food Utilization) หมายถึง การใช้ประโยชน์จากอาหารในการบริโภค โดยมีปริมาณอาหารที่เพียงพอ มีน้ำสะอาดในการบริโภค-อุปโภค มีสุขอนามัยและการดูแลสุขภาพที่ดี ทำให้ความเป็นอยู่ทางกายภาพได้รับการตอบสนองอย่างเพียงพอ เพื่อให้อยู่ในสถานภาพที่ได้รับคุณค่าทางโภชนาการที่ดีและบรรลุความต้องการทางกายภาพ
4. เสถียรภาพด้านอาหาร (Food Stability) หมายถึง ประชาชน หรือครัวเรือน หรือบุคคลต้องเข้าถึงอาหารอย่างเพียงพอตลอดเวลา ไม่มีความเสี่ยงในการเข้าถึงอาหาร เมื่อเกิดความขาดแคลนขึ้นมาอย่างกะทันหัน


นายสุพิท จิตรภักดี เปิดเผยว่า สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงด้านอาหารมาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2563 ได้ดำเนินงานโครงการส่งเสริมเคหกิจเกษตรเพื่อความมั่นคงด้านอาหารในครัวเรือนและชุมชน ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 14 จุด ส่งผลให้ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ มีแหล่งอาหารที่มีคุณภาพ มีผักสวนครัวที่ปลอดภัยจากสารพิษบริโภคในชุมชน และได้ขยายผลโครงการไปยังชุมชนต้นแบบของจังหวัดสตูล จำนวน 1 จุด จากสถานการณ์

โควิด – 19 กำลังระบาด หลายจังหวัดสั่งปิดเมือง หลายคนถูกพักงานไม่มีเงินเดือน ร้านค้าและตลาดถูกปิดทำการ ซื้อของกินของใช้ยากขึ้น ทำให้ในหลายพื้นที่ขาดแคลนอาหาร แต่ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการนี้สามารถผลิตพืช ผลิตอาหาร สามารถสร้างความมั่นคงด้านอาหารในชุมชนของตนเองได้ แม้จะเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งสถานการณ์การเกิดโรคระบาดโควิด-19