“ผู้ว่าฯสงขลา”​ ลงพื้นที่ตรวจเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ เตรียมพร้อมตามมาตรการเชิงรุก “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” จับมือร้านค้าสร้างต้นแบบการใช้ชีวิตแบบ New Normal​ ย้ำชัดหนุน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” หากจำเป็นต้องใช้บริการ มั่นใจกับการยกระดับมาตรการความสะอาด-ปลอดภัยสูงสุด

วันนี้​ (10 พฤษภาคม 2563)  นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ตรวจติดตามมาตรการการดูแลความสะอาดและความปลอดภัยต่างๆ ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ โดยมี นายสรัล ตันติจำนรรจ์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานปฏิบัติสาขา-ภาคใต้ สายงานบริหารทรัพย์สิน และ นายปรีดี ปรัชญ์ดำรงกิจ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ ให้การต้อนรับ เพื่อเพิ่มความมั่นใจของประชาชนที่มาใช้บริการ

ทั้งนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ ได้เดินหน้าตามแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” ของบมจ. เซ็นทรัลพัฒนา เพื่อยกระดับมาตรการความสะอาดและความปลอดภัยเชิงรุก ส่งเสริมให้เป็นแผนแม่บทค้าปลีกที่จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้กับสังคมตาม ‘New Normal’ ที่เปลี่ยนแปลงไป เชื่อมั่น “พลังประเทศไทย” จากความร่วมมือของประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน พร้อมย้ำเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการสนับสนุนให้ประชาชน “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” แต่หากจำเป็นต้องมาใช้บริการที่ศูนย์การค้า ก็มั่นใจได้กับมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยสูงสุดที่เตรียมไว้รองรับ โดยได้จำลองสถานการณ์ให้เห็นในร้านค้าต่างๆ อาทิ ร้านอาหาร, ศูนย์อาหาร, ร้านแฟชั่น, ธนาคาร และร้านโทรศัพท์มือถือ  เป็นต้น

นายปรีดี ปรัชญ์ดำรงกิจ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ กล่าวว่า โดยในระหว่างที่สถานการณ์การติดเชื้อในประเทศยังไม่แน่นอนนั้น ทางเซ็นทรัลพัฒนา ไม่ได้นิ่งนอนใจจึงได้ริเริ่มการจัดทำ      แผนแม่บท ‘เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ’ ให้ทุกสาขาทั่วประเทศปฏิบัติโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อยกระดับมาตรการความสะอาดและความปลอดภัยในเชิงรุกไว้ล่วงหน้า ที่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริงกับศูนย์การค้า ร้านค้า และพนักงานทุกคน เพื่อร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการลดการแพร่ระบาด และทำให้ทุกคนในศูนย์การค้าทุกแห่งของเซ็นทรัลพัฒนา ปลอดภัยขั้นสูงสุด อีกทั้งเพื่อตอบรับ ‘New Normal’ หรือพฤติกรรมของผู้คนที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งบริษัทฯ ไม่สงวนสิทธิ์ในแผนงานนี้

เพื่อส่งเสริมให้เป็นแผนแม่บทในการดำเนินกิจการค้าปลีกของประเทศ และกำหนดบรรทัดฐานใหม่ให้กับสังคม นับจากนี้ไป ซึ่งครอบคลุมในเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยใน 5 แกนหลัก กว่า 75 มาตรการ ได้แก่ (1) การคัดกรองอย่างเข้มงวด, (2) มาตรฐาน Social Distancing ทุกจุด, (3) การติดตามเพื่อความปลอดภัย, (4) การใส่ใจในความสะอาดทุกจุดสัมผัส และ (5) แนวทางลดการสัมผัส (Touch less)

โดยขอความร่วมมือจากพันธมิตรร้านค้าในศูนย์การค้าให้ร่วมกันดำเนินตามแผนแม่บท ‘เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ’ เพื่อฝ่าฝันวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ทดลองริเริ่มการใช้มาตรการนี้และปฏิบัติได้จริงในโซนซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าที่ทางภาครัฐอนุญาตให้เปิดให้บริการเพื่อการดำรงชีวิตของประชาชน 

นายปรีดี กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นใน “พลังประเทศไทย” ที่เกิดจากความร่วมมือกันของทั้ง 3 ฝ่าย (1) ภาคประชาชนมีวินัยช่วยกันป้องกัน (2) ภาครัฐดูแลสุขภาพคนไทยอย่างเต็มที่ และ (3) ภาคเอกชนมีแผนมาตรการความสะอาดและความปลอดภัยที่เคร่งครัดรัดกุมปฏิบัติได้จริงตลอดระยะเวลา 

โดยทางเซ็นทรัลพัฒนาได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐเต็มที่และต่อเนื่องในการปฎิบัติตามมาตรการต่างๆ รณรงค์การทำ Social Distancing ที่ชัดเจนและเคร่งครัดจนเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก รวมทั้งสนับสนุนให้ประชาชน ‘อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ’ แต่หากต้องมาใช้บริการที่จำเป็น เราได้ดำเนินมาตรการความสะอาดและความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจมาโดยตลอด โดยบริษัทฯ เชื่อมั่นการดำเนินการของภาครัฐด้านสาธารณสุขของไทยที่ได้รับการชื่นชมจากทั่วโลก และในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ การเปิดให้บริการศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาจะขึ้นอยู่กับคำสั่งของภาครัฐเท่านั้น

สำหรับไฮไลต์ของแผนแม่บท ‘เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ’ ประกอบไปด้วย 5 แกนหลัก ได้แก่

  1. การคัดกรองอย่างเข้มงวด (Extra Screening) วัดอุณหภูมิทุกคนก่อนเข้าศูนย์ฯ และทุกร้านค้า, สวมหน้ากากตลอดเวลา, พนักงานที่บริการใกล้ชิดลูกค้าต้องสวม Face shield และสวมถุงมือ และมีมาตรการเข้มงวดพิเศษสำหรับ Delivery man 
  2. มาตรฐาน Social Distancing ทุกจุด เช่น จำกัดจำนวนคนเข้าศูนย์การค้า ไม่เกิน 1 คน ต่อ 5 ตร.ม. สำหรับร้านค้าและพื้นที่ส่วนกลาง ลิฟท์-บันไดเลื่อน-ห้องน้ำ ต้องรักษาระยะห่าง 1-2 ม. ทุกจุด, จัดคิวขณะรอ และมีพื้นที่นั่งคอย สำหรับร้านค้า และ Delivery man, มีฉากกั้นแบ่งส่วนครบครันด้วย 5 Shields: Face Shield / Food Shield / Table Shield / Counter Shield / Cashier Shield พร้อมสร้างการตระหนักรู้วิธีปฏิบัติให้ทุกคนทราบอย่างต่อเนื่อง
  3. การติดตามเพื่อความปลอดภัย (Safety Tracking) มีการ Tracking ข้อมูลสุขภาพ และการเดินทางของพนักงานในศูนย์และร้านค้าย้อนหลัง 14 วัน และมีแบบฟอร์มให้กรอกก่อนเปิดศูนย์ฯ และทุกวันก่อนเริ่มงาน และสำหรับอาหาร Take away ทุกกล่อง ต้องระบุข้อมูลชื่อร้าน สาขา และเวลา พร้อมชื่อและอุณหภูมิของผู้ประกอบอาหารติดบนกล่องอาหาร
  4. การใส่ใจในความสะอาดทุกจุดสัมผัส (Deep Cleaning) เช็ดทำความสะอาดทุกจุดสัมผัสทุก 30 นาที ทั้งศูนย์การค้าและทุกร้านค้า และฆ่าเชื้อหลังปิดศูนย์ฯ พร้อมทำ Big Cleaning ทุกสัปดาห์, บริการฆ่าเชื้อที่ถุงสินค้าก่อนกลับบ้าน, ทำความสะอาดฆ่าเชื้อบัตรศูนย์อาหาร / บัตรจอดรถทุกใบ และมีมาตรการพิเศษสำหรับห้องบริการต่างๆ เช่น ห้องแม่และเด็ก ห้องละหมาด ห้องลอง ห้องเรียน และทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกชิ้นก่อนและหลังใช้บริการ
  5. ลดการสัมผัส (Touchless Experience) ส่งเสริมการใช้ Cashless และ E-payment, บริการถุงใส่เงินทอนที่จุดแคชเชียร์ทุกร้านค้า,จัดพนักงานเปิดปิดประตูศูนย์การค้าและร้านค้า และกดลิฟท์ให้ลูกค้าเพื่อลดการสัมผัส (Buttonless)

โดยในระหว่างนี้และอนาคต ศูนย์การค้าจะยังคงจัดบริการอำนวยความสะดวกเพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้สะดวกขึ้น ด้วย 4 บริการยกระดับ ตอบโจทย์ New Normal Lifestyle ของลูกค้าในสภาวการณ์เช่นนี้ ได้แก่ บริการ One Call, One Click โทร 074 801 555 หรือ LINE Official Account : @centralhatyai, บริการ Drive Thru, บริการ Central Hatyai Delivery บริการ Food Delivery ผ่าน LINE Official Account รวมถึงการตั้งจุด Food Pick Up Counter ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย ‘เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ’ ที่ป้องกันอย่างรัดกุมเพื่อความปลอดภัยของผู้เกี่ยวข้องทุกคน