1 เมษายน 2563 เวลา 15.00 น. นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานแถลงข่าว เปิดโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 (Songkhla Covid – 19 Recovery Camp) ณ อาคารติณสูลานนท์ ศูนย์บริบาลผู้สูงอายุ สวนประวัติศาสตร์ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เพื่อดูแลผู้ป่วยโควิด – 19 โดยความร่วมมือจากโรงพยาบาลในจังหวัดสงขลา

นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา กล่าวถึงการดำเนินการป้องกันโควิด19 ที่ผ่านมา เเละสถานการณ์ปัจจุบันเเละรวมถึงที่มาที่ไปของความร่วมมือดังกล่าวว่า จังหวัดสงขลาได้ดำเนินการมาตรการป้องกันมาตั้งแต่กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมาก ด้วยการคัดกรองผู้ที่จะเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน กระทั่งสถานการณ์การแพร่ระบาดได้เข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก เราก็มีมาตรการปิดสถานที่สถานที่เสี่ยงต่างๆ ห้ามดำเนินการในกิจกรรมต่างๆ ที่จะเป็นสถานที่เสี่ยงและการเพิ่มมาตรการเข้มข้นในร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

“มาตรการเหล่านี้ เราได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง”ส่วนการดูแลรักษา ขณะนี้จังหวัดสงขลา มีผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ณ วันนี้ 29 ราย โดย 14 รายรักษาหาย เดินทางกลับบ้านแล้ว ยังคงมีผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีก 15 ราย

โครงการนี้ จังหวัดสงขลากับคณะแพทยศาสตร์ ม.อ. ได้ประเมินสถานการณ์ว่า ถ้าโรคระบาดนี้ เราไม่สามารถยับยั้งมันได้ อาจจะมีผู้ป่วยเข้ามารับการรักษาเพิ่มเป็นจำนวนมาก จึงคิดว่าจะต้องหาพื้นที่ๆ จะรองรับผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาจะต้องเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีอาการรุนแรง หรืออาการที่ได้รับการรักษามาช่วงระยะหนึ่ง แล้วก็อาการที่เพียงแค่การดูแลในระดับปกติทั่วไป เพื่อแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลที่จะต้องรับเคสอื่นๆ ที่หนักๆ ต่อไป

ที่เลือกสถานที่เเห่งนี้ เพราะมีความพร้อม เเละองค์ประกอบต่างๆ ของสถานที่ เเล้วก็โชคดีที่ได้มีการ พบกับท่านคณบดีคณะแพทย์ จึงมีการประชุมปรึกษาหารือกันเพื่อที่จะผลักดัน ให้เกิดขึ้น หลังจากที่ได้พูดคุยได้แบ่งภารกิจกัน ก็จัดที่นี่ให้เป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยโควิดเเละนำมาสู่เรื่องการบริหารจัดการ โดยร่วมมือระหว่างคณะแพทย์ ม.อ. โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ รวมทั้งโรงพยาบาลทุกแห่งในจังหวัดสงขลา

“ความร่วมมือในลักษณะนี้ น่าจะเป็นแห่งแรกของประเทศไทย” ผู้ว่าฯ สงขลา กล่าว

รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุทธวิบูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ม.อ. กล่าวถึงความพร้อมที่จะเปิดให้ผู้ป่วยมาใช้บริการว่า ภาพที่ทุกคนเห็นในวันนี้จะเห็นได้ว่าเกือบจะสมบูรณ์ 100% แล้ว เราพยายามจะเร่งทุกอย่าง นับถอยหลัง เพื่อที่จะรับคนไข้ ซึ่งถ้าเร็วที่สุดก็จะเป็นวันที่ 2 เมษายนนี้ หรือถ้าช้าไป 1 วัน ก็จะเป็นวันที่ 3 เมษายน

“ส่วนนี้จะช่วยลดภาระของโรงพยาบาล ซึ่งทุกโรงพยาบาลในจังหวัดสงขลา เราร่วมมือกัน” รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ กล่าว

นพ.อุทิศศักดิ์ หริรัตนกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ก่อนที่จะเกิดเป็นศูนย์พักฟื้นแห่งนี้เราทำงานกันหนักมาก ที่นี่เป็นบทบาทของจังหวัดสงขลา

“สงขลาเรามีโรงพยาบาล 17 แห่ง เมื่อเกิดโควิด19 ผมก็รู้แล้วว่าสถานการณ์มันจะต้องหนักหนาสาหัสมาก เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมได้ดำเนินการ ผมก็เตรียมโรงพยาบาลทุกแห่งให้พร้อมที่จะรองรับผู้ป่วย เริ่มตั้งแต่การสำรวจทรัพยากร ที่เป็นตึก อาคาร และก็ห้องที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ แล้วก็องค์ประกอบต่างๆ ดูความพร้อมต่างๆ พร้อมที่จะได้รับการสนับสนุนจากส่วนกลาง”

ขณะนี้ ทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลหาดใหญ่โรงพยาบาลสงขลา โรงพยาบาลชุมชนอีก 15 แห่ง ในทุกๆ อำเภอมีศักยภาพมีความพร้อมในการดูแลคนไข้โควิดแต่ละโรงพยาบาลก็เตรียมแยกห้องเฉพาะๆ ไปศักยภาพตรงนี้กับคนไข้ที่เราเจอในขณะนี้ เราพร้อมที่จะรับมือ

ต่อไป ถ้าสถานการณ์มันแย่ลง โรงพยาบาลก็ต้องเตรียมพร้อมมากขึ้น ขณะเดียวกัน การใช้ทรัพยากรจะต้องใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละระดับ เช่น โรงพยาบาลชุมชนก็ควรจะดูแลคนไข้ที่มีอาการน้อยๆ อาการเบาๆ

ขณะที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาลสงขลา โรงพยาบาลหาดใหญ่ ก็ต้องพร้อมที่จะช่วยคนไข้ที่มีอาการหนักๆ เช่น ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือที่จะต้องใช้หมอผู้เชี่ยววชาญดูแล

ทั้งนี้ ไม่เพียงแต่โรงพยาบาล ในจังหวัดสงขลาเองที่เข้ามามีส่วนร่วมและร่วมดำเนินการในครั้งนี้ เรายังได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลเอกชน ทั้งโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ โรงพยาบาลราษฎร์ยินดี โรงพยาบาลศิครินทร์ โรงพยาบาลมิตรภาพ ในการร่วมมือร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผู้ป่วย เช่น เเชร์อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ แชร์เครื่องช่วยหายใจ นำบุคลากรผลัดเปลี่ยนไปดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ต่างๆ

นพ.อุทิศศักดิ์ กล่าวต่อว่า ศูนย์แห่งนี้รองรับผู้ป่วยได้ประมาณ 50 คน โดยมีทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเพียงพอ ผู้ป่วยที่จะเข้ารับการรักษาต้องได้รับการตรวจในโรงพยาบาล มีผลทดสอบเป็นบวกและได้รับการรักษาแล้วอย่างน้อย 5-7 วัน มีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ สามารถดูแลและช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการส่งตัวมาจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลสงขลา และโรงพยาบาลเอกชนในหาดใหญ่ ให้เข้าพักในอาคาร

สำหรับการรับสมัคร “นักรบชุดขาว” เเพทย์ พยาบาลที่เป็นผู้ที่ติดเชื้อโควิด19 นั้น รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุทธวิบูลย์ กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวมีข้อมูลสนับสนุนจากแพทย์จากเมืองจีน ที่เขาได้ทำการรักษาคนไข้มา 8-9 หมื่นคน ซึ่งคนที่เข้าไปสัมผัสเชื้อ แล้วติดเชื้อ พอไวรัสเริ่มจะหมด เริ่มจะออกจากตัวเขาก็จะเริ่มมีภูมิต้านทาน พอไวรัสหมดจากตัวเขาก็จะไม่กลับมาเป็นซ้ำ

“แพทย์ในเมืองไทยบางคนตอนนี้กับพยาบาลบางคนเขาติดเชื้อแล้ว เขาต้องแยกตัว ไปทำงานก็ไม่ได้ ต้องรอให้ภูมิต้านทานของเขาขึ้นมาเรื่อยๆ พอภูมิต้านทานเขามากพอ มันก็จะฆ่าไวรัสที่อยู่ในตัว หมดเขาก็มีภูมิต้านทาน แต่ถ้าอย่างเราไม่เคยมีภูมิต้านทานพอได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปก็จะป่วย แต่ยังเขาจะไม่ป่วยซ้ำเขาเหมือนมีเกราะป้องกัน คือพวกเราเป็นนักรบเสื้อขาว แต่เราไม่มีเกราะ แต่เขามีภูมิคุ้มกันที่เขาสร้างในตัวเองมาเป็นเกราะ เราก็รับสมัครเขา เพราะเวลาเขาไปทำงาน เขาก็จะปลอดภัยมากกว่าพวกเรา แต่เวลาพวกเราไปทำงานเราก็ต้องใส่ชุดที่รัดกุมอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้ ซึ่งภูมิคุ้มกันในตัวเองโอกาสที่เขาจะป่วยนี่ ยากแล้วก็จะมีโอกาสป่วยน้อยกว่าแพทย์ที่ไม่ได้รับเชื้อ

“ตอนนี้มีผู้บริจาคเข้ามาเรื่อยๆ ก็อยากให้ช่วยๆ ประชาสัมพันธ์ในส่วนนี้ให้ด้วย”

นายบัญญัติ จันทน์เสนะ ประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิสวนประวัติศาสตร์ กล่าวว่า สวนแห่งนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อเชิดชูเกียรติท่านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะที่เป็นคนสงขลา แล้วก็เป็นแบบอย่างที่ดี และสุดท้ายคือ มุ่งที่จะตอบแทนบุญคุณแผ่นดินตามคำสอนของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์

“วัตถุประสงค์การสร้างสวนกับที่เขามาขอใช้สถานที่ จะสอดรับกัน ทั้งเรื่องการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินก็ดี เรื่องการทำหรือสร้างคุณงามความดีก็ดี ซึ่งคนที่มาใช้สถานที่เพื่อเป็นที่พักฟื้นหรือเฝ้าระวังอาการ ก็เป็นคนที่ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยมาก เพียงแต่มาเฝ้าดูอาการเพียงเท่านั้น เหมือนว่ามาเพื่อที่จะ มาพักเพื่อที่จะได้หายเป็นปกติ รอจังหวะเวลาแค่นั้นเอง”

จึงไม่กระทบ โดยอาคารก็แยกส่วนกันต่างหากพื้นที่ด้านที่คนมาใช้บริการทั่วไปของสวนประวัติศาสตร์ก็อยู่อีกด้านหนึ่ง คนมาออกกำลังกายก็อยู่อีกด้านหนึ่งถ้าพูดกันอีกแง่หนึ่งเราเต็มใจด้วยซ้ำ ยินดีด้วยซ้ำไปที่ได้มีโอกาสเข้ามาช่วยงานของจังหวัดสงขลา ที่จะเป็นพื้นที่ให้คนเข้ามาใช้บริการ

ส่วนมาตรการป้องกันโควิด 19 ของสวนประวัติศาสตร์ มีมาตรการป้องกันดูแลอยู่แล้ว มีเจ้าหน้าที่คอยดูแล เพียงแต่ว่าถ้ามีผู้พักฟื้นเข้ามาอยู่เราก็ต้องประสานกัน อาจจะต้องเชิญเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยอีกแรง

ด้าน นายประพันธุ์ ศรีสุวรรณ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา บอกว่า กระทบหรือไม่มันไม่กระทบ เพราะตอนนี้ทุกคนต้องอยู่บ้านและระยะห่างทางสังคมถ้าเกิน 50 คน เขาก็ไม่มาอยู่แล้ว เขาเข้าใจ เขาก็ไม่มา เพราะถ้ามาแล้วมารวมกลุ่มกันซึ่งมันก็จะเกิดความเสี่ยงคือ ถ้าพูดก็คือโรคจิตสำนึกทุกคนก็จะไม่มากันอยู่แล้ว

ส่วนอาคารแห่งนี้ก็ทำหน้าที่เป็นที่พักให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เช่น แพทย์พยาบาลที่ต้องทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยครั้งนี้ ซึ่งจะแยกอาคารที่เป็นที่พักฟื้นของผู้ป่วย

“หลังจบโควิด จะปรับมาเป็นศูนย์บริบาลผู้สูงอายุเหมือนเดิม” นายประพันธ์ กล่าว และว่า

เกณฑ์การให้ใช้พื้นที่ตรงนี้คือ เพื่อช่วยเหลือประเทศชาติเป็นการชั่วคราว เมื่อเหตุการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติอาคารแห่งนี้จะกลับมาให้บริการประชาชนเหมือนเดิม

ส่งนักรบชุดขาว
2 เมษายน 2563 ผู้บริหารมหาวิทยาลัยและคณะแพทยศาสตร์ ม.อ.​ นำโดย​ ผศ.ดร.นิวัติ​ แก้วประดับ​ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุฒวิบูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์, ผศ.ดร.วศิน สุวรรณรัตน์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์​ พร้อมด้วยพยาบาล​ เจ้าหน้าที่ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง​ ร่วมส่งทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุน เพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ ณ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 ณ ศูนย์บ่มเพาะคนดี สวนประวัติศาสตร์ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์

โดยโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 จะทำหน้าที่ในการรองรับผู้ป่วยโควิด – 19 จากโรงพยาบาลต่างๆ ในภาคใต้ ที่มีผลทดสอบเป็นบวกและได้รับการรักษาแล้ว อย่างน้อย 5-7 วัน และมีอาการเล็กน้อยหรือไม่มีอาการ สามารถดูแลและช่วยเหลือตัวเองได้

“นักรบชุดขาว”​ ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ ทุกคนสมัครใจที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ป่วย แม้ว่าจะมีความเสี่ยงก็ตาม แต่ด้วยระบบการทำงานที่มีการป้องกันเป็นอย่างดี ประกอบกับผู้ที่รักษาในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สาขา 2 เป็นผู้ป่วยที่อาการดีขึ้นแล้ว และอยู่ในพื้นที่พักฟื้นชัดเจน จึงมีความเสี่ยงน้อย