วันนี้ (24-4-63) นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมด้วยผู้แทนจากสำนักงานสาธารณสุขจาก 5 จังหวัดภาคใต้ ผู้บริหารและบุคลากรคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ให้การต้อนรับทีมคาราวานอาสาร่วมใจสู้ภัยโควิด ณ อาคารศรีเวชวัฒน์ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

นพ.พินิจ กุลละวณิชย์ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย กล่าวว่า โครงการคาราวานอาสาร่วมใจสู้ภัยโควิด เป็นความร่วมมือกันระหว่างสภากาชาดไทย กับมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ที่ร่วมกันดำเนินการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น หน้ากากอนามัย N95 ชุดป้องกัน PPE เครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ดิจิทัล 2 เครื่อง เพื่อใช้ในโรงพยาบาลสนาม น้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ส่งมอบให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมทั้งนำเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของบริจาคเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ด้วย ซึ่งโรงพยาบาลใน 5 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย จ.สงขลา,จ.สตูล, จ.ปัตตานี ,จ.ยะลา และจ.นราธิวาส จะเป็นหน่วยงานชุดแรกๆ ที่ได้รับสิ่งของดังกล่าว เนื่องจากพบว่า มีผู้ป่วยจำนวนมากและกำลังมีประชาชนไทยที่จะเดินทางกลับจากประเทศเพื่อนบ้าน ต่อจากนั้นจะทยอยส่งไปให้ ครบทุกภูมิภาค ซึ่งตั้งแต่เริ่มเปิดโครงการมาเมื่อวันที่ 7 เม.ย.63 มีเงินบริจาคจากผู้มีจิตสาธารณะกุศล ร่วม 30 ล้านบาท และอุปกรณ์ทางการแพทย์ กว่า 100,000 รายการ ซึ่งนับเป็นการบูรณาการของทุกหน่วยงานในสภากาชาดไทย มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ


รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุทธวิบูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ และรศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ทุกหน่วยงานได้ร่วมแรงร่วมใจและให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ตลอดมา นับตั้งแต่การบริจาคสิ่งของที่เป็นอุปกรณ์ต่างๆ การบริจาคเงินเพื่อนำไปใช้ในการจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย และอุปกรณ์ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของแพทย์และพยาบาล รวมถึงขอบคุณทุกกำลังแรงใจที่มีให้กับโรงพยาบาลภาคสนามของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ทั้ง 2 แห่ง โดยการบริจาคสิ่งของจากสภากาชาดไทย และมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ในครั้งนี้ นับเป็นการบริจาคครั้งยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่ง ซึ่งนอกจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์แล้ว ยังมีโรงพยาบาลอื่นๆ อีก 4 จังหวัด (สตูล, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส) ที่ได้รับของในครั้งนี้เช่นกัน

โดยมีตัวแทนจากสาธารณสุขแต่ละจังหวัดเป็นตัวแทนรับมอบ ผมในฐานะตัวแทนกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ขอขอบคุณในความปรารถนาดีและความตั้งใจดีจากสภากาชาดไทย และมูลนิธิ-ธรรมาภิบาลทางการแพทย์เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้การช่วยเหลือนำสิ่งของที่จำเป็นมามอบให้ ทำให้เราได้มีเครื่องมือและอุปกรณ์มาใช้ในการทำงาน เพื่อช่วยเหลือ ดูแลและรักษาผู้ป่วยโรคโควิด -19 ต่อไป