สถานการณ์การแพร่ระบาดผู้ติดเชื้อโควิด -19 ในจังหวัดพัทลุง ทั้ง 14 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ทั้งหมด และมีนโยบายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบหาสถานที่กักกันผู้มาจากต่างประเทศ

วันนี้ ( 20 เม.ย. 63 ) ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธ์
ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วยนายแพทย์ไพศาล เกื้ออรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง และนายแพทย์จรุง บุญกาญจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทลุง ร่วมแถลงข่าว สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง

นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า สถานการณ์การติดเชื้อ และการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย ยังคงมีผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดพัทลุง จึงได้ออกประกาศฉบับที่ 8 โดยให้ปิดร้านเสริมสวย ร้านแต่งผม หรือ ตัดผม และห้ามให้บริการตามบ้าน หรือ สถานที่อื่น ๆ ส่วนตลาดนัดต่างๆ ให้เจ้าของตลาด เพิ่มมาตรการเข้ม และปิดป้ายประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการทราบ ส่วนผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ให้ปฏิบัติตามแถลงการณ์จุฬาราชมนตรี ว่าด้วยการปฏิบัติศาสนกิจในเดือนรอมฎอน อย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้ในจังหวัดพัทลุง ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มรายใหม่ แต่ทางจังหวัดยังคงใช้มาตรการเข้ม เพื่อควบคุม ระงับ การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ให้หมดไปจากพื้นที่

ด้านนายแพทย์ไพศาล เกื้ออรุณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโรคไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดพัทลุง เริ่มพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2563 และรายล่าสุด พบเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2563 รวมทั้งหมดมีผู้ติดเชื้อ 14 ราย จากจำนวนผลการตรวจทางห้องผู้ปฏิบัติการ166 รายโดยไม่พบผู้ติดเชื้อ150 ราย สำหรับผู้ป่วยทั้ง14 ราย ซึ่งได้ทำการรักษาที่ รพ.พัทลุง 10 ราย รพ.ป่าบอน2 ราย รพ.ปากพะยูน1 ราย รพ.ควนขนุน 1ราย รักษาหายแพทย์อณุญาตให้กลับบ้านหมดแล้ว และจนถึงวันนี้รวม11 วันแล้วที่ไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม ดังนั้นขณะนี้ไม่มีผู้ติดเชื้อแต่อย่างใด แต่กระนั้นก็ตามก็ยังรอผลตรวจอีก2 รายในเร็วๆนี้

 

นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องที่กักกันผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศและพื้นที่เสี่ยงนั้น ขณะนี้เริ่มมีประชาชนออกมาต่อต้านสถานที่ที่ใช้เป็นสถานที่กักกัน ซึ่งถ้ามีการต่อต้านที่ใดก็จะไม่เอาสถานที่นั้นอย่างเด็ดขาด. ไม่อยากเอาชนะและเกิดความพ่ายแพ้กับธุรกิจโรงแรมในภายหลัง ไม่อยากเอาชนะบนซากหักพังของธุรกิจโรงแรมในอนาคต เข้าใจว่าทุกคนกลัว ผู้ว่าฯก็กลัว แต่ไม่ทราบว่าคนที่กลัวนั้นกลัวจากใจบริสุทธิ์หรือไม่ โดยการสร้างประเด็นอื่นขึ้น เช่น จังหวัดพัทลุงจะรับพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาจากต่างประเทศซึ่งจังหวัดอื่นรับไม่ไหวและจังหวัดพัทลุงจะแบ่งรับมาเป็น1,000 คนนั้นเป็นเรื่องไม่จริง ถ้าเป็นเรื่องจริงผู้ว่าฯจะเป็นคนถือธงเดินหน้าคัดค้าน และบิดเบือนความจริงว่าเชื้อโรคจะลอยตามกระแสลมพัดแพร่ไปทั่วใกล้ไกล วัวควายผู้คนเดินผ่านจะติดเชื้อหมด ซึ่งอยากให้ทุกคนเข้าใจในเรื่องการแพร่เชื้อว่าติดอย่างไร ป้องกันและแก้อย่างไร

ส่วนในการสถานที่กักกันฯนั้นทางจังหวัดพัทลุงได้มีนโยบายให้ทุก องค์กรส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบ โดยต้องจัดหาให้ได้. และต้องทำความเข้าใจกับประชาชนคนในพื้นที่ให้ได้ว่า คนที่มากักกันนั้นสบายดี วัดไข้ทุกวันไม่ป่วย และเป็นลูกหลานอยู่ในตำบลหรือตำบลใกล้เคียง