เมื่อวันที่ 19 เม.ย.63 มีจากจากรายงานสถานการณ์สาธารณภัย (วาตภัย)
ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)​ กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสถานการณ์ความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้
ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นขึ้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ในห้วงวันที่ 15 เม.ย 63 – ปัจจุบัน ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในพื้นที่ 12 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง หนองคาย อุดรธานี นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ยโสธร นครราชสีมา ศรีสะเกษ และ ปทุมธานี จำนวน 29 อำเภอ 53 ตำบล 112 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวน 718 หลัง และไม่มีผู้บาดเจ็บเละเสียชีวิต

 

 

นายนิพนธ์ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่หลายพื้นที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนทำให้บ้านเรือนกว่าหลายร้อยหลังคาเรือนเสียหาย นั้น ตนได้สั่งการไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)​ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักเรื่องสาธารณภัยดังกล่าว ให้เร่งการช่วยเหลือดูแลทันที โดยประสานงานกับองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัยจัดหาอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน พร้อมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการกำลังของจนท. อาสาสมัครต่างๆเข้าซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนให้กลับคืนสภาพโดยเร็ว ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน และในระหว่างที่เกิดเหตุนี้ ได้ให้ปภ.และนายอำเภอในพื้นที่ได้ประสานดูแลจัดหาที่พักชั่วคราว ให้ หากประชาชนที่ได้รับผลกระทบประสงค์จะไปพักกับญาติพี่น้องก็ให้อำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายให้มีที่พักชั่วคราวเพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนไปอีก ขณะเดียวกัน ได้แจ้งไปยังเหล่ากาชาดและกิ่งกาชาดของพื้นที่ที่รับผิดชอบ ออกเยี่ยมเยียนนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปมอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบทันที

นายนิพนธ์ รมช.มท. กล่าวว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์พายุฤดูร้อนมาตลอด โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)​รายงานสถานการณ์และการช่วยเหลือมาเป็นระยะ ซึ่งสิ่งสำคัญที่ได้ให้แนวทางไว้คือ เมื่อเกิดเหตุแล้วประชาชนต้องไม่เดือดร้อนอีกโดยให้ปภ.และนายอำเภอที่อยู่ในพื้นที่ที่เป็นที่ประสบภัยเป็นประจำต้องเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลาเพราะฤดูกาลช่วงนี้เป็นช่วงเกิดเหตุดังกล่าว และในส่วนของการบูรณาการการให้ความช่วยเหลือร่วมกับภาคีอื่นๆ ได้แก่ หน่วยทหารในพื้นที่ ตำรวจ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อาสาสมัคร มูลนิธิ ต่างๆนั้น ได้มีการบูรณาให้การช่วยเหลืออยู่ตลอดเช่นเดียวกัน

รมช.มท. ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของจังหวัดอื่นๆที่สาธารณภัยต่างๆในช่วงนี้ เช่น อัคคีภัย เป็นต้น ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ออกแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง เพื่อป้องกันเหตุฯอีกด้วย