วันที่ 15 เมษายน 2563 ที่ศูนย์ดีเอ็นดี ย่านการค้าตลาดสันติสุข นายมานพ เพ็งชุม ประธานชมรมผู้ค้าตลาดสันติสุข และประธานชมรมผู้ค้าปลีกหาดใหญ่ พร้อมด้วย นายสุรพล กำพลานนท์วัฒน์​ ประธานสภาอุตสาหกรรมการทีองเที่ยวจังหวัดสงขลาและนายกสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา เป็นตัวแทนผู้ประกอบการศูนย์ดีเอ็นดี ในย่านสันติสุข กลางเมืองหาดใหญ่ เจรจาหาข้อสรุประหว่างผู้ประกอบการที่เป็นผู้เช่ากับเจ้าของแผง นางเบญญาภา จิวโชติกำจร โดยเจ้าของแผงได้ให้ผู้ประกอบการขนย้ายสินค้าออกอย่างกะทันหัน เนื่องจากเจ้าของอาคารนางเบญญาภา เช่าต่อมาต้องการให้ปิดกิจการ เพื่อร่วมหาข้อสรุปร่วมกันต่อไป

นายมานพ เพ็งชุม​ กล่าวว่า​ ศูนย์​ดีเอ็นดี​ในย่านการค้าตลาดสันติสุข เป็นหนึ่งในตลาดที่ชมรมผู้ค้าปลีกดูแลอยู่ โดยมีสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวค​อยช่วยดูแลอีกด้วย

ก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา​ ให้ปิดศูนย์ดีเอ็นดีชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม-12 เมษายน 2563​ ต่อมามีคำสั่งอีก 1 ฉบับจากรัฐบาล ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่าให้ผู้ประกอบการร้านค้าพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ขอความร่วมมือในการปิดร้าน​ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเราก็ให้ความร่วมมือมาตั้งแต่ต้น


“เราก็ได้ประกาศเพิ่มเติมตามคำสั่งของรัฐบาลให้ปิดศูนย์ดีเอ็นดี​ ซึ่งอยู่ในย่านการค้าสันติสุข ไปก่อนจนถึง 30 เมษายน กระทั่งเจ้าของตึกและเจ้าของล็อคเช่า ได้แจ้งกระทันหัน ว่าจะขอแผงคืนซึ่งมีผู้ประกอบการประมาณ 10 ราย ได้รับความเดือดร้อน เพราะไม่สามารถปรับตัวในการขนของออก หรือจะหาที่ขายใหม่ได้” นายมานพ กล่าว และว่า

อยากจะขอร้องเจ้าของตึกว่าอย่าเพิ่งขอแผงคืน​ ช่วยยืดระยะเวลาสัก 3 เดือน รวมไปถึงเงินประกันที่เจ้าของตึกยังไม่รับปาก​ บอกว่าขอเวลาอีก 5 วันในการคุยเจรจากั บเจ้าของที่ ซึ่งล็อคขายของนี้เป็นการเช่าต่อ​ ๆ​ กันมา

“เราหวังว่าจะได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าของสถานที่ให้กับผู้ประกอบการได้มีเวลาในการหาทางออกในอนาคตต่อไป ตอนนี้ทุกคตได้รับผลกระทบมาก”

นายมานพ​ กล่าวต่อว่า คงปฏิเสธคงหนีความจริงกันไม่ได้ว่า ผลกระทบที่มันเกิดขึ้นในการปิดตลาดในครั้งนี้ ส่งผลให้สินค้าที่เรามีการกักตุนไว้เพื่อเตรียมสำหรับเทศกาลสงกรานต์ และในส่วนของสินค้าที่สต๊อกไว้ในแต่ละวันเกิดการชะงัก ไม่สามารถที่จะจำหน่ายได้ เราเองก็ยอมรับและปฏิบัติตามมาตรการของรัฐบาล เพราะไม่อยากให้พื้นที่ตรงนี้ได้รับผลกระทบหรือเป็นแหล่งกระจายหรือแพร่เชื้อโควิด วันนี้ผู้ประกอบการพยายามดิ้นรน​ ประคับประคอง​ เพื่อให้อยู่รอด​ หวังว่าตาม พรก.ฉุกเฉินล่าสุดที่ประกาศให้มีการปิดถึง 30 เมษายนนี้ก็คงจะเสร็จสิ้น และวันที่ 1 พฤษภาคมเราจะกลับมาเป็นอย่างเดิมได้ขายของได้ตามปกติอย่างน้อย​ เพื่อระบายสินค้า


การเจรจาวันนี้​ ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน โดยที่เจ้าของตึกเจ้าของแผงขอเวลา อีก 5 วัน ที่จะคุยเจรจากับเจ้าของที่ เพื่อจะขอยืดเวลาตามที่ผู้ประกอบการรายย่อยร้องขอ และได้นัดกันอีกครั้งในวันที่ 20 เมษายน​ เพื่อทำการเจรจากันอีกครั้งหนึ่ง​ และหาทางออกร่วมกัน

“อยากจะฝากถึงผู้มีอำนาจส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หรือทางรัฐบาลก็ดี อยากให้ลงมาช่วยดูแลในระยะต่อไป หลังจากที่เราได้เปิดทำการ เช่น อาจจะมีมาตรการมีวิธีการต่างๆ ที่จะมาดูแล ช่วยเหลือเยียวยา หรือกระตุ้นอย่างไร ให้พื้นที่ตรงนี้กลับฟื้นตัวได้ในเร็ววัน”

สิ่งสำคัญคือ สวัสดิการ ปากท้อง ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการเหล่านี้อยู่รอดในระยะหลังจากนี้ไป เพราะการที่ผู้ประกอบการเหล่านี้ปิดมานาน แน่นอนว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจำนวนมาก ดังนั้น​ อยากขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ภาครัฐ ส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลตรงนี้ด้วย

นางสาวอภิษฎา สุคนธมาศ (หว้า) หนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนกล่าวว่า การที่แจ้งปิดกิจการกระทันหันและขอให้ผู้ประกอบการมาขนย้ายสินค้าออกจากแผงในทันที ซึ่งการขนย้ายสินค้าต้องใช้ระยะเวลา​ เพราะสินค้ามีจำนวนมาก ต้องใช้เวลาในการขนย้าย

“อยากจะขอความเห็นใจว่าช่วยยืดระยะเวลาออกไปให้ทุกคนได้เตรียมตัว เพราะเวลากระชั้นชิดและกะทันหันเกินไป ซึ่งในช่วงนี้จะทำอะไรก็ลำบาก อยากจะให้ช่วยเห็นใจผู้ประกอบการ​ ทุกวันนี้ภาระที่แบกรับก็แทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว​ เพราะไม่สามารถขายสินค้าได้เหมือนกับสมัยก่อน” นางอภิษฎา กล่าว