ผู้ว่าฯ พัทลุง ห่วงประชาชนควรหยุดอยู่บ้านเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 พร้อมแนะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

9 เมษายน 2563 นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด–19 จังหวัดพัทลุงว่า จากการส่งผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ 117 ราย พบว่ามีกลุ่มผู้สัมผัสที่ไม่มีอาการสะสม 18 ราย ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสม 99 ราย ซึ่งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้ง 117 ราย ไม่พบเชื้อ 104 ราย และพบติดเชื้อ 13 ราย

โดยผลการรักษา ปัจจุบันรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 7 ราย รักษาหายและกลับบ้านแล้ว 6 ราย

“ในช่วงการระบาดของโรคไวรัสโควิค-19 ประชาชนควรหยุดกับอยู่บ้าน ไม่ควรออกไปไหน ถ้าไม่จำเป็น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค”
กรณีที่ต้องออกไปจับจ่ายซื้อของตามตลาดนัด ก็ควรออกไปซื้อสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ยิ่งออกไปตามแหล่งเสี่ยงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีโอกาสได้รับเชื้อมาขึ้นเท่านั้น

ผู้ว่าฯพัทลุง กล่าวต่อว่า จังหวัดพัทลุงได้ออกประกาศและมีมาตรการต่างๆ มาบังคับใช้ ซึ่งปัจจุบันประชาชนยังไม่ค่อยปฏิบัติตาม เช่น การออกนอกเคหะสถานในช่วงเวลา 22.00-04.00 น., การลักลอบผ่าน
ด่านตรวจเข้าตัวเมืองพัทลุง ตามเส้นทางรอยต่อระหว่างหมู่บ้านของจังหวัดใกล้เคียง


“จึงขอให้ประชาชนปฏิบัติตามประกาศอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามหรือผู้ฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย” ผู้ว่าฯกู้เกียรติ กล่าว และว่า

ได้พิจารณางบดำเนินการจัดตั้งด่านตรวจ จุดคัดกรองโรคไวรัสโควิด-19 ตามอำเภอต่างๆ

ทั้งนี้ วันที่ 8 เมษายน ที่ห้องประชุมโนราชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดพัทลุง ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการในการดำเนินการเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจังหวัดพัทลุง เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งด่านตรวจ จุดคัดกรอง จุดสกัด ในพื้นที่อำเภอป่าบอน, ป่าพะยอม, ศรีนครินทร์ปากพะยูน, ควนขนุน, เขาชัยสน, บางแก้ว และอำเภอเมืองพัทลุง