ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ระบุ การแก้ไขปัญหาโรค COVID -19 ในภาพรวมมีประสิทธิภาพ มุ่งจัดตั้งศูนย์ Local Quarantine ให้พร้อมรองรับกลุ่มเสี่ยง ด้านนักศึกษาปากีสถานที่กักตัวจะได้กลับภูมิลำเนา 13 เม.ย.นี้
ขณะที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์มีการคุมเข้มสั่งปิดสถานที่จำหน่ายแอลกอฮอล์

นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ในการแก้ไขปัญหาของคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน COVID -19 ของจังหวัดนราธิวาส ได้มีการตั้งคณะทำงานในด้านต่างๆ ซึ่งมีการประชุมในทุกเช้าของทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ เมื่อประชุมแล้วมีการมอบหมายภารกิจให้แต่ละส่วนราชการที่รับผิดชอบ สำหรับสถานการณ์ในวันนี้ 12 เมษายน 2563 จังหวัดนราธิวาสมีผู้ติดเชื้อสะสม 28 ราย ในวันนี้มีเพิ่มมา 2 ราย มีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 18 ราย รักษาหาย 9 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวม 28 ราย โดยผู้ติดเชื้อ COVID -19 ของจังหวัดนราธิวาสยังอยู่ในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 คือ ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ ทั้งจากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย ปากีสถาน อินเดีย กรุงเทพฯ โดยติดเชื้อจากการสัมผัส 6 ราย และผู้ติดเชื้อ 22 ราย แสดงถึงการเข้าไปสอบสวนโรคที่มีประสิทธิภาพ ไม่มีการติดเชื้อในระยะที่ 3 โดยในภาพรวมขณะนี้ มีการปิดพื้นที่ในเขตที่ประชาชนป่วยด้วยโรค COVID -19 ทั้งในระดับหมู่บ้าน ตำบล และได้ส่งความช่วยเหลือไปยังจุดนั้น ในส่วนของรอยต่อจังหวัดมีการออกคำสั่งปิดเมืองมาตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2563 ในรอยต่อ 7 จุด ระหว่างนราธิวาสกับปัตตานี และนราธิวาสกับยะลา ซึ่งขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือไม่เดินทางไปมาโดยไม่มีเหตุผล ส่วนในระยะที่ 2 คือ การจัดตั้งศูนย์ Local Quarantine ในพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาส ทั้งในระดับอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 101 จุด ปริมาณคนที่ได้รับรายงาน 1,700 กว่าคน ที่จะเน้นเรื่องมาตรฐานความพร้อมเป็นสำคัญ ในการคัดกรองให้คนประเทศกลุ่มเสี่ยงหรือมาจากกรุงเทพฯได้มีการกักกันตัวก่อนลงไปสู่หมู่บ้าน ชุมชน ครอบครัว ทั้งนี้ ศูนย์ Local Quarantine มีความจำเป็นในการกักตัวเพื่อสังเกตอาการ จึงมีความสำคัญในการรองรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงในอนาคตต่อไป

ด้านนายแพทย์วิเศษ สิรินทรโสภณ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การดูแลประชาชนของจังหวัดนราธิวาสที่เดินทางมาจากประเทศปากีสถาน ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีการระบาดอย่างต่อเนื่อง แนวทางของสาธารณสุขได้ให้กลุ่มนี้ต้องปรับตัวเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งกลุ่มปากีสถานมีจำนวน 121 คน ในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ไปดาวะห์ 7 คน และนักศึกษา จำนวน 114 คน เดินทางด้วยเครื่องบินและรถทัวร์เข้าสู่ศูนย์ Local Quarantine จังหวัดนราธิวาส ได้แบ่งกักตัว 2 ศูนย์ คือ ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดนราธิวาสที่ 1 รับกลุ่มผู้ชายทั้งหมด จำนวน 75 คน และกลุ่มปากีสถานที่ไปดาวะห์ 7 คน รวม 82 คน ส่วนผู้หญิงกักตัวที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 จำนวน 39 คน หลังจากรับเข้าศูนย์ได้มีการคัดกรองเฝ้าสังเกตอาการวันละ 2 ครั้ง ในกลุ่มดาวะห์ 7 คน มีผู้ติดเชื้อ COVID -19 จำนวน 6 คน มี 1 คนที่สามารถป้องกันไม่ให้รับเชื้อได้ ส่วนกลุ่มนักศึกษา 114 คน ปรากฏว่าไม่พบเชื้อ ได้เข้าสู่ศูนย์ Local Quarantine วันที่ 30 มีนาคม ถึง วันที่ 12 เมษายน 2563 ครบกำหนดการกักตัว 14 วัน ในวันที่ 13 เมษายน 2563 จะมีการปล่อยนักศึกษากลับภูมิลำเนาและมีการปัจฉิมนิเทศเพื่อให้นักศึกษาปฏิบัติตัวให้ถูกต้องหลังจากได้กลับไปภูมิลำเนา ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของศูนย์ Local Quarantine แห่งแรกและแห่งที่สองของจังหวัดนราธิวาสที่ดูแลผู้ที่กลับจากปากีสถานจำนวนมากให้มีความปลอดภัย โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากกลุ่มดังกล่าวทำให้การควบคุม COVID -19 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นายบุญช่วย หอมยามเย็น ปลัดจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ในวันที่ 13 เมษายนนี้เป็นวันสงกรานต์ ซึ่งจังหวัดนราธิวาสมีคำสั่งให้ปิดสถานที่ หรือพื้นที่จำหน่ายสุรา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID -19 โดยขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีคำสั่งในการปิดสถานที่จำหน่ายแอลกอฮอล์ ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ถึง 20 เมษายน 2563 โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสได้ลงนาม ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนราธิวาส เพื่อให้ประชาชนมีระยะห่างทางสังคม ห้ามมิให้มีการชุมนุมทำกิจกรรมหรือมั่วสุมในสถานที่ใดเกิน 5 คน ในลักษณะที่มีการรวมตัวเพื่อสังสรรค์โดยมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันเป็นการเสี่ยงต่อการติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีประกาศจากกระทรวงวัฒนธรรม เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเทศกาลประเพณีสงกรานต์ โดยได้มีการแจ้งไปยังนายอำเภอ ผู้นำท้องถิ่น ให้ประชาสัมพันธ์ และให้กองกำลัง 3 ฝ่าย ให้ชี้แจงประชาชนให้ทราบ หากไม่ปฏิบัติตามก็จะมีโทษตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ยังได้เน้นย้ำให้ประชาชนจากจังหวัดนราธิวาสมีความอดทนและเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยขอให้อยู่บ้าน ปฏิบัติตัวให้ถูกสุขลักษณะ กินร้อน ช้อนส่วนตัว ล้างมือ ดูแลสุขภาพให้ดี โดยจังหวัดนราธิวาสจะมีการพิจารณาช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถในทุกมิติ