กลุ่มบริษัทกัลฟ์ ได้สนับสนุนเงินบริจาคสู้ภัยโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่องแล้ว กว่า 34 ล้านบาท มอบให้โรงพยาบาลหลายแห่งในประเทศไทย เพื่อจัดซื้อเครื่องมือแพทย์อุปกรณ์ในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มศักยภาพความพร้อมในการรับมือเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ที่กำลังระบาดอย่างรุนแรง ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น

ล่าสุด มีการสนับสนุนของบริษัทในกลุ่มบริษัทกัลฟ์เพิ่มเติม ดำเนินการโดย บริษัท Gulf Vietnam Limited Liability Company ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายประเสริฐ ถิราติ Country Manager ร่วมด้วยนายเจิ่น วัน เหล่า ที่ปรึกษากฎหมาย ส่งมอบเงินจำนวน 2 พันล้านด่อง (ประมาณ 3 ล้านบาท) ผ่านทางแนวร่วมปิตุภูมิแห่งชาติ (Vietnam Fatherland Front Committee) เพื่อนำไปบริหารจัดการความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในจังหวัดนินห์ถ่วน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมี นายฟาน ฮิว ดึ๊ก ประธานคณะกรรมการแนวร่วมปิตุภูมิแห่งชาติ จังหวัดนินห์ถ่วน เป็นผู้รับมอบ และนายลิว ซวน หวิง ประธานคณะกรรมการประชาชนจังหวัดนินห์ถ่วน ร่วมเป็นสักขีพยาน


ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทกัลฟ์เป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ GTN1 (ชื่อเก่าคือ TTCIZ-01) ขนาดกำลังการผลิต 69 เมกะวัตต์และ GTN2 (ชื่อเก่าคือ TTCIZ-02) ขนาดกำลังการผลิต 50 เมกะวัตต์ ณ จังหวัดเตยนินห์ รวมถึงเป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเลขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ 310 เมกะวัตต์ ในอำเภอบิงห์ได๋ จังหวัดเบ๊นแจ ประเทศเวียดนาม

โดยเฟสแรกที่มีขนาด 30 เมกะวัตต์จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในสิ้นปี 2563 นอกจากนี้ กัลฟ์ยังได้ลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ขนาด 6,000 เมกะวัตต์ พร้อมสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว ในจังหวัดนินห์ถ่วน ประเทศเวียดนามอีกด้วย


บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่มบริษัทกัลฟ์ (Gulf) เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนซึ่งมีโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียนอยู่ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังผลิตและจำหน่ายไอน้ำ และน้ำเย็น รวมถึงขยายธุรกิจสู่การทำโครงสร้างพื้นฐานของประเทศด้วย

ปัจจุบัน กัลฟ์ มีโครงการโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยและต่างประเทศทั้งสิ้น 28 โครงการ ได้แก่ โครงการ IPP ก๊าซธรรมชาติ จำนวน 2 โครงการ, โครงการ SPP ก๊าซธรรมชาติ (Cogen) จำนวน 19 โครงการ, โครงการ SPP ชีวมวล จำนวน 1 โครงการ, โครงการ VSPP พลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar rooftop) จำนวน 4 โครงการ, โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 2 โครงการ (ประเทศเวียดนาม) และมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาจำนวน 5 โครงการ ได้แก่ โครงการ IPP ก๊าซธรรมชาติ จำนวน 2 โครงการ, โครงการ Captive (ประเทศโอมาน) จำนวน 1 โครงการ, โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) จำนวน 1 โครงการ (ประเทศเวียดนาม) และโครงการพลังงานลม จำนวน 1 โครงการ (ประเทศเวียดนาม)


จากการติดตามการสนับสนุนของ กลุ่มบริษัทกัลฟ์ กล่าวได้ว่าเป็นกรณีตัวอย่างที่น่าชื่นชมซึ่งเป็นบทบาทของภาคธุรกิจเอกชนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมที่ได้มีส่วนร่วมกับหน่วยงานต่างๆในยามสถานการณ์วิกฤติมีความไม่ปลอดภัยของประชาชนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่กำลังระบาดทั่วโลกและประเทศไทย

กลุ่มบริษัทกัลฟ์ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ออกมาสนับสนุนตั้งแต่เริ่มมีการระบาดในประเทศไทย มีการสนับสนุนตามแนวนโยบายของรัฐบาล การสนับสนุนโรงพยาบาลและประชาชนในการรับมือป้องกันและการรักษาผู้ติดเชื้อโรคจากไวรัสโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมาสนับสนุนงบประมาณ แล้วเกือบ 40 ล้านบาท ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศของเรา