วันนี้
จังหวัดสงขลา ประกาศคำสั่ง “ปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว” เพื่อป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้าง ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563 จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2563 ากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
 นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลาได้มีคำสั่ง 1/2563 เรื่อง มาตรการเร่งด่วนในการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ลงวันที่ 19 มีนาคม 2563 กำหนดมาตรการป้องกัน สกัดกั้นและยับยั้งการระบาดในจังหวัดสงขลาอันเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อันเป็นโรคติดต่ออันตรายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่พบจำนวนผู้ป่วยทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
จังหวัดสงขลา เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ การคมนาคม การท่องเที่ยวและมีการฐานแน่นของประชากรสูง มีความเสี่ยงที่จะมีการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้าง ทำให้จำเป็นต้องกำหนดมาตรการเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 (1) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ. ศ. 2558 ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลาในการประชุม ครั้งที่ 6/2563 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2563 ถึงสั่งปิดสถานที่ในพื้นที่จังหวัดสงขลาเป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563 จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2563 ประกอบด้วย
1. ร้านอาหาร โดยรวมถึงร้านอาหารที่อยู่ในคูหา รถเข็น แผงลอยจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม เพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่นและร้านอาหารในโรงแรมที่ให้บริการเฉพาะผู้ที่พักอาศัยในโรงแรมหรือจำหน่ายอาหารเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น หรือทางร้านได้จัดให้มีที่นั่งรับประทานแยกเป็นสัดส่วน มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร ทั้งนี้ให้ทำเครื่องหมายเว้นระยะการเข้าคิวซื้อสินค้า การชำระค่าบริการสินค้าหรือ การเข้ารับบริการต่างๆอย่างน้อย 1 เมตร รวมทั้งควบคุมผู้เข้าใช้บริการไม่ให้มีความแออัด
2. ห้างสรรพสินค้า ยกเว้น ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา หรือสินค้าเบ็ดเตล็ด ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ร้านอาหารและร้านเครื่องดื่ม (ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น) ไม่รวมถึงพื้นที่ตั้งของธนาคาร ทั้งนี้ให้ทำเครื่องหมายเว้นระยะการเข้าคิวซื้อสินค้า การชำระค่าบริการสินค้าหรือการเข้ารับบริการต่างๆ อย่างน้อย 1 เมตร รวมทั้งควบคุมผู้เข้าใช้บริการไม่ให้มีความแออัด
3. พื้นที่นั่งหรือยืนรับประทานอาหารในร้านสะดวกซื้อ
4. ตลาดและตลาดนัด ให้เปิดเฉพาะการจำหน่ายอาหารสดอาหารแห้งอาหารปรุงสำเร็จเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น อาหารสัตว์ ร้านขายยาและสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทั้งนี้ให้ทำเครื่องหมายเว้นระยะการเข้าคิวซื้อสินค้า การชำระค่าบริการสินค้าหรือการเข้ารับบริการต่างๆ อย่างน้อย 1 เมตร รวมทั้งควบคุมผู้เข้าใช้บริการไม่ให้มีความแออัด
5. ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผม ตัดเล็บ (ยกเว้นร้านที่ไม่จัดที่นั่งคอยหรือร้านที่ได้จัดให้มีที่นั่งคอยให้แยกเป็นสัดส่วนมีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตรและรับลูกค้าได้ครั้งละไม่เกิน 2 คน) ทั้งนี้ให้จัดเก้าอี้นั่งตัดผมให้มีระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เมตร
6. สถานที่บริการผิวหนังหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย
7. ศูนย์พระเครื่อง พระบูชาและสนามพระเครื่อง พระบูชา
8. ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุมและสถานที่จัดนิทรรศการ
9. สถานที่ให้บริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกความงาม และสถานเสริมความงาม
เนื่องจากเป็นกรณีเป็นกรณีที่มีความจำเป็นรีบด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชน หรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิ์ต่อแย้ง ตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2563 หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ถือเป็นความผิดตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด /ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
23 มี.ค. 63