สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าสนับสนุนเกษตรแปลงใหญ่ สำหรับการขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นแนวทางหนึ่งในการปฏิรูปภาคการเกษตร “เกษตรแปลงใหญ่” จึงตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในระยะยาว เพราะส่งเสริมให้เกิดการรวมกันของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่ และนำมาบริหารจัดการการผลิตร่วมกัน มีแผนการผลิต แผนการแปรรูป ใช้วิธีการและเทคโนโลยีการผลิตที่เหมือนกัน ตลอดห่วงโซ่อุปทานที่จะส่งผลให้เกิดการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต


นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา กล่าวว่า แปลงใหญ่คือการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มการผลิต และการบริหารจัดการร่วมกัน ตลอดจนการจัดการด้านการตลาด การลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน โดยมีหน่วยงานภาครัฐและภาคีที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวก โดยมีเงื่อนไข พื้นที่ควรอยู่ใกล้เคียงกัน ขนาดพื้นที่เหมาะสมต่อการบริหารจัดการ และเพียงพอให้เกิดอำนาจในการต่อรอง ขนาดพื้นที่และจำนวนเกษตรกร ข้าว พืชไร่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน พื้นที่ไม่น้อยกว่า 300 ไร่ และเกษตรกรไม่น้อยกว่า 30 ราย ไม้ผล พืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ปศุสัตว์/แมลงเศรษฐกิจ ประมง และพืชอื่น ๆ พื้นที่ไม่น้อยกว่า 300 ไร่ หรือเกษตรกรไม่น้อยกว่า 30 ราย โดยมีเป้าหมายการพัฒนา 5 ด้าน คือ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพ/พัฒนาให้ได้มาตรฐาน บริหารจัดการ และการจัดการด้านการตลาด


ตัวอย่างการดำเนินการที่ประสบผลสำเร็จ ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ผักบางท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้จัดตั้งเป็นแปลงใหญ่พืชผัก ในปี 2560 ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 58 ราย พื้นที่ปลูก 387 ไร่ ซึ่งก่อนหน้านั้นเกษตรกรได้ขายผลผลิตให้ตลาดทั่วไป และมีพ่อค้าเข้ามารับซื้อผลผลิต ในปี 2561 ได้มีการเชื่อมโยงการตลาดพืชผักแปลงใหญ่กับเทสโก้ โลตัส ได้มีการทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือพัฒนาและส่งเสริมกลุ่มผู้ผลิตสินค้าเกษตร สู่ตลาดนำการเกษตร เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2563 มีการส่งเสริมการเรียนรู้ของกลุ่มโดยใช้กระบวนการโรงเรียนเกษตรกร ลดการใช้สารเคมี เพิ่มการใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัดศัตรูพืชและวัชพืช ผลิตปุ๋ยชีวภาพจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
จุดเด่นของกลุ่ม


1. การลดต้นทุนการผลิต ต้นทุนการผลิตพืช 6 ชนิด เฉลี่ย 9,260 บาทต่อไร่ ลดลง 25 – 30 %
– ด้านปัจจัยการผลิต มีการรวมกันซื้อปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ผัก ปุ๋ยหรือวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน ถุงบรรจุที่ใช้ขนส่งไปโรงคัดแยก และอื่น ๆ ที่ทางกลุ่มต้องใช้ในกระบวนการผลิต ตามแผนการผลิตที่วางไว้ได้ในราคาถูก และยังสามารถชำระเงินภายหลังจากขายผลผลิตได้ด้วย
– การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน โดยทางกลุ่มมีการตรวจสอบวิเคราะห์ดิน เพื่อให้ใส่ปุ๋ยได้ตามปริมาณที่พืชต้องการ และมีการใช้ปุ๋ยหมักในการปรับโครงสร้างดินช่วยให้การดูดซึมธาตุอาหารหลักหรือปุ๋ยที่ใส่ลงไปได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ลดต้นทุนในเรื่องของปุ๋ยไปได้มาก

2. การเพิ่มผลผลิต ผลผลิตเฉลี่ยผัก 6 ชนิด 2,325 กก./ไร่ เพิ่มขึ้น 25 – 30 %
เกษตรกรมีความรู้ความชำนาญในการผลิตผักมาหลายชั่วอายุ จึงมีเทคนิควิธีในการผลิตให้ผลผลิตมีปริมาณมาก และถ่ายทอดให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มนำไปปรับใช้ นอกจากนั้นเกษตรกรมีความเชี่ยวชาญในการเลือกพื้นที่ ว่าพื้นที่แบบใดเหมาะที่จะปลูกผักชนิดใด และเลือกชนิดผักที่เหมาะสมกับความถนัดของสมาชิก ทำให้ได้ผลผลิตสูงตามไปด้วย

3. การเพิ่มมูลค่าผลผลิต เกษตรกรสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตด้วยการผลิตผักให้ได้มาตรฐาน GAP สมาชิก 51 ราย 81 แปลง ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP ซึ่งตลาดมีความต้องการ และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค นอกจากนั้น ยังผลิตผักตามเทศกาลต่าง ๆ ทำให้ได้ราคาสูง

4. การตลาด มีการทำ MOU ซื้อขายผลผลิตกับบริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่นซิสเทม จำกัด หรือเทสโก้ โลตัส โดยทำสัญญาครั้งละ 3 เดือน เพื่อกำหนดราคา ปริมาณ และชนิดพืชผัก ทำให้กลุ่มมีรายได้เพิ่ม 4,085,496 บาทต่อปี

5. การบริหารจัดการการผลิต การบริหารจัดการกลุ่มมีการจดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน มีโครงสร้างการบริหารชัดเจน
ทางกลุ่มมีการประชุมวางแผนปรับเปลี่ยนแก้ไขปัญหากันทุกวันอังคาร หรือหากสำคัญเร่งด่วนก็เรียกประชุมทันที เนื่องจากพืชผักเป็นพืชอายุสั้นต้องดำเนินการโดยความรวดเร็ว ทุกเรื่องทุกปัญหามีการประชุมและต้องมีมติ


ที่ประชุมรับรอง แผนการผลิตและการตลาดต้องเป็นที่ยอมรับของสมาชิกทุกคน หากไม่เข้าใจหรือมีข้อสงสัยจะหาข้อสรุปออกมาให้ได้เพื่อให้งานดำเนินไปได้โดยไม่สะดุด และเป็นข้อดีที่ทาง เทสโก้ โลตัส ได้ส่งเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้จัดการแปลงของบริษัทเข้ามาอยู่ในพื้นที่ซึ่งจะช่วยวางแผนและประเมินและวิเคราะห์ความเสี่ยง ในขั้นตอนการผลิต ทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้สามารถบริหารจัดการการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ได้ดำเนินการส่งเสริมเกษตรกรรวมกลุ่มแปลงใหญ่ เพื่อสร้างพลังในการผลิต และการตลาด มาตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบันมีกลุ่มแปลงใหญ่ จำนวนทั้งสิ้น 930 แปลง ทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ และประมง มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 53,000 คน ในเนื้อที่ 576,000 กว่าไร่ โดยในปี 2564 ได้มีการประชาสัมพันธ์เพื่อรับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการตามหลักเกณฑ์

เกษตรกรที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมเกษตรแปลงใหญ่ โดยติดต่อและขอรับคำปรึกษาได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกอำเภอ