เมื่อวันที่ 15 มี.ค.63 ที่ ด่านพรหมแดนสุไหงโกลก อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส พลตรีเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นำทีมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมมาตรการคัดกรองป้องกันโรคโควิด-19 ของด่านตรวจชายแดนในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อติดตาม สนับสนุนมาตรการป้องกันของรัฐบาล โดยมี นาวาเอกวรพล สิทธิจิตต์ รองผู้อำนวยรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส (ฝ่ายทหาร) พ.อ.ไพศาล หนูสังข์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส นายปรีชา นวล นายอำเภอสุไหงโกลก นายจักรกฤช อุเทนสูต นายด่านศุลกากรสุไหงโกลก ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศสุไหงโกลก สาธารณสุขอำเภอสุไหงโกลก พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

พลตรีเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ประเทศมาเลเซีย ได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด วันนี้จึงลงมาให้กำลังใจหน่วยงานที่ทำหน้าที่ทุกคน สำคัญคือ มารับฟังแนวทางในการดูแลคัดกรองป้องกันการแพร่ระบาดของระบาดตามด่านตรวจชายแดนในพื้นที่

ตลอดจนมารับฟังปัญหา อุปสรรค เพื่อจะได้ช่วยสนับสนุน เสริมในส่วนที่ยังขาดแคลน จากการรับฟังรายงานของหน่วยงานในพื้นที่อำเภอสุไหงโกลก ซึ่งติดกับรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ทั้งการคัดกรองและการควบคุมโรค พบว่าได้มีการเตรียมพร้อม ทั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ เพื่อรองรับอย่างดี ส่วน กรณี 132 คนไทย ที่เดินทางกลับจากการไปร่วมกิจกรรมศาสนาในประเทศมาเลเซีย ณ ขณะนี้ทั้งตรวจคนเข้าเมือง ด่านควบคุมโรค สาธารณสุข ได้เร่งประสานผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ เพื่อติดตามผู้ที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมดังกล่าวให้มารายงานตัวเพื่อทำการตรวจคัดกรอง ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด สิ่งสำคัญคือการ สร้างการรับรู้ให้ประชาชนได้เข้าใจโรคตลอดจนวิธีการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกและสามารถดูแลตนเองได้ นอกจากนี้ได้ให้กำลังป้องกันชายแดนเข้ามาช่วยเสริมดูแลตามด่านชายแดนเพื่อช่วยเฝ้าระวังอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ พลตรีเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยัน ขณะนี้ทุกหน่วยในระดับพื้นที่มีมาตรการที่เข้มงวดและรัดกุมในการคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้ามาตามแนวชายแดน ประกอบกับศูนย์แพทย์ทหารบก และหน่วยกำลังทหารตามแนวชายแดนก็พร้อมสนับสนุนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

ดังนั้นจึงสามารถเปิดจุดผ่อนปรน และท่าข้ามให้ประชาชนเดินทางได้ปกติ เพื่อไม่ให้กระทบกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และหากในอนาคตหากพบผู้ป่วยไวรัสCOVID-19 แพร่ระบาดตามแนวชายแดนของทั้ง2ประเทศ

“การปิดจุดผ่อนปรนและท่าข้าม ก็จะเป็นมาตรการสุดท้ายที่จะทำในการแก้ปัญหา เพราะยังมั่นใจมาตรการการรับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ของจังหวัดนราธิวาส และอำเภอชายแดนที่มีเส้นทางเข้าออกระหว่างประเทศจำนวน 13จุดใน 3 อำเภอ”

ปทิตตา หนูสันทัด ผู้สื่อข่าวนราธิวาส