“เราเห็นความตั้งใจของท่านภาณุ อุทัยรัตน์ ท่านไม่เคยทิ้งพื้นที่ และแนวคิดด้านการท่องเที่ยว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของท่าน จะเป็นโมเดลได้ในอนาคต ถ้าทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ”

นายกันตพงษ์ ธนเนืองโรจน์ ประธานนโยบายและแผน โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการท่องเที่ยวเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสมาพันธ์สมาคมเครือข่ายท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับ “โฟกัส”ว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการสานพลังประชารัฐด้านการท่องเที่ยว เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยมีการบันทึกข้อตกลงร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มาตั้งแต่ปลายปี 2548 โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการของรัฐบาลที่เราจะต้องนำนักท่องเที่ยวเข้ามาที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง

ซึ่งการที่เรานำนักท่องเที่ยวเข้ามานั้น เรามีความผูกผันกับคนในพื้นที่ การทำงานครั้งนี้ของเราในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะทำงานด้านสานพลังประชารัฐ และในนามของสมาคมต่างๆ ได้เห็นความตั้งใจของภาคท้องถิ่นที่เราอยากเห็นมิติด้านการท่องเที่ยวคืนกลับมา ตามวิถีดั่งเดิมที่เราได้เคยสร้างผลงานโดดเด่น

“10 กว่าปีที่พื้นที่มีความรุนแรง ผมคิดว่าในมิติของการพัฒนาก็ยังต้องทำอยู่ เราไม่ได้พัฒนาด้านเดียว เราลงมาทำตั้งแต่ฟื้นฟู และอนุรักษ์ โดยช่วยชุมชน เช่นปัตตานีมาเที่ยวต้องมี บาราโหม และบางปู ยะลามีทะเลหมอกอัยเยอร์เวง รวมถึงปัจจัยที่เราจะช่วยเกื้อกูลทั้งด้านงบประมาณ ได้ร่วมกันขับเคลื่อน ไม่ว่าเชื้อชาติ ศาสนาใด เราอยากเห็นภาพการท่องเที่ยวที่ลงไปถึงฐานรากจริงๆ”

นายกันตพงษ์กล่าวต่อว่า ในด้านการท่องเที่ยว เราคำนึงถึง 5 ด้าน ทั้งเรื่อง ด้าน 1 เพลงพื้นบ้าน การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงพื้นบ้าน ด้าน2 อาหารพื้นบ้าน ด้าน3 การแต่งกายพื้นบ้าน ด้านที่ 4 ใส่ใจวัฒนธรรม ด้าน5 ภาษาท้องถิ่น

“เราจะทำยังอย่างไรให้พื้นที่มีการฟื้นฟูต่อ และยังคงมีรากที่สามารถบอกนักท่องเที่ยวได้ เราไม่ต้องการเห็นเมืองใน 3 จังหวัดถูกเที่ยว แต่นักท่องเที่ยวต้องได้เข้ามาเรียนรู้วัฒนธรรมของที่นี้ด้วย”

นายกันตพงษ์กล่าวอีกว่า คนที่ทำให้ผมได้รู้จัก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ “ท่านภาณุ อุทัยรัตน์” ท่านทำให้ผมได้รู้จัก 3 จังหวัดชายแดน จนทำให้ผมกล้าที่จะนำนักท่องเที่ยวลงมา ซึ่งครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสลงมาที่นี้ ในฐานะครูที่มาช่วยสอนให้กับนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนยะลา ทำให้เรารับรู้พี่น้องมุสลิม 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ มีความสนใจเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นโครงการที่เคยทำร่วมกับ ททท. เช่น ตากล้องท่องเที่ยว ผมมาพูดเกี่ยวก้บต้นกล้า พาเที่ยว โดยเราจะต่อยอดอย่างไร ให้กลายเป็นต้นกล้าอาชีพ เพื่อให้คนในพื้นที่ได้เห็นว่า การท่องเที่ยวสามารถกระจายรายได้ให้ถึงฐานราก

โดยการสร้างความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยวนั้น ในการบริหารจัดการคนจำเป็นต้องใช้มิตินี้ คือ 1.กระบวนการจัดการ 2.ของที่เรามีอยู่ต้องมีการอนุรักษ์และฟื้นฟู 3.การมองการท่องเที่ยวมีความสำคัญและจะพัฒนาอย่างไร 3.การอบรมคนเพื่อนำพาไปสู่การปฏิบัติ และ4.เงิน เมื่อสินค้าพร้อมขาย และขายได้ ก็จะได้เงินกลับเข้ามาในพื้นที่

ทั้งนี้ตนมองว่า การสร้างความยั่งยืนด้านการท่องเที่ยว ต้องไม่นำเงินนำหน้า เพราะจะขาดความยั่งยืน และรัฐต้องมีความจริงใจที่จะเข้าไปพัฒนาการท่องเที่ยวให้กับชุมชนไม่ใช่แค่เพียงสนับสนุนด้านงบประมาณ แต่รัฐต้องให้องค์ความรู้ และสอนคนในชุมชนให้รู้จักการท่องเที่ยวและทำการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

นางวนิดา หลาวเพชร อดีตข้าราชการครูบำนาญ วัย 76 ปี นักท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า การมาเที่ยว 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้ ถือเป็นคุณค่าสำหรับชีวิตมาก เพราะที่ผ่านมา สำหรับคนภาคกลางที่ได้รับรู้ผ่านข่าวสาร ที่นี้มีความน่ากลัว แต่เมื่อเราได้มาสัมผัส ที่นี้กลับเป็นเมืองที่มีเสน่ห์มาก มีความปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างอบอุ่น

“เมืองเบตง และเมืองยะลา สมควรที่จะได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เพราะธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของที่นี้ยังอุดมสมบูรณ์ มีผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมทั้งจีน มุสลิมและไทย สามารถอยู่ร่วมกันได้ ถือเป็นสิ่งที่ดีงามอย่างยิ่งของ 3 จังหวัด” นางวนิดา กล่าว

นางสุจิตรา ตัณนิติศุภาวงศ์ พนักงานรัฐวิสาหกิจ วัย 59ปี นักท่องเที่ยวจังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า มาเที่ยว 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ได้มา เพราะ 3 จังหวัด เรายังไม่เคยได้มา แม้ความรู้สึกแรกจะกล้าๆกลัวๆกับเหตุการณ์ในพื้นที่ที่เกิดขึ้น แต่เมื่อได้มาสัมผัส ก็รู้สึกประทับใจกับที่นี้ และอยากเชิญชวนให้คนภายนอกเปิดใจมาเที่ยว 3 จังหวัดด้วย
“ประทับใจ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาก จากที่เราเคยรับรู้ผ่านข่าว เมื่อเราได้มาสัมผัส คนที่นี้อบอุ่น น่ารัก อาหารอร่อย การบริการดี และเราได้รับการต้อนรับจากชุมชนเป็นอย่างดี อยากเชิญชวนให้คนได้มาเที่ยว” นางสุจิตรา กล่าว

นางดวงกมล พนสุข อดีตข้าราชการครู วัย 64 ปี นักท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ได้มีโอกาสมาเที่ยวอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งประทับใจอย่างมาก ครั้งนี้จึงทำให้ตนพร้อมสามีตัดสินใจซื้อทริปมาเที่ยวที่นี้ด้วยกันอีก

“เมื่อเราทราบว่า มีบริษัทที่ได้ร่วมกับ ททท. จัดนำเที่ยวที่ยะลา และปัตตานี เราเคยมาแล้ว เราชอบ เราอยากมาเที่ยว 3 จังหวัดอีก” นางดวงกมล กล่าว

นายบรรฑูรย์ สิงห์คำ อายุ 59 ปี อดีตโทรศัพท์จังหวัดฉะเชิงเทรา นักท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า การมาเที่ยว 3 จังหวัดในวันนี้เป็นครั้งแรก ให้ความรู้สึกที่แตกต่างระหว่างที่เรายังไม่มา และเมื่อเรามาถึง

“หลายคนคิดว่า 3 จังหวัด อันตราย แต่เมื่อเราได้มา เรารู้สึกปลอดภัย และความเป็นกันเองของคนไทยที่ไม่ว่าจะศาสนาใด ก็ให้ความเป็นกันเอง และมีความอบอุ่น” นายบรรฑูรย์ กล่าว