ม.อ. ตั้ง “MICE City Bureau” แห่งแรกในไทย เดินหน้าขับเคลื่อนสงขลาสู่ “ไมซ์ซิตี้”

หนึ่งในความสำเร็จของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา เกิดขึ้นจากการประชุมสี่ฝ่ายคือ จังหวัดสงขลา นำโดย นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา  พร้อมด้วยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. นำโดย นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาและนวัตกรรม และนางอรชร ว่องพรรณงาม ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ รวมทั้งผู้นำองค์กรภาคเอกชน ได้แก่ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ตลอดจนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) โดยอธิการบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ ลงมติเห็นชอบการจัดตั้ง “สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา” หรือ “Songkhla Convention and Exhibition Bureau” เรียกย่อๆว่า “ เอสเส็บ SCEB”

เนื่องด้วยทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้รับมอบหมายจากทางผู้ว่าราชการสงขลา ให้จัดตั้ง “MICE City Bureau” ขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ดังนั้น ทุนดำเนินงานในระยะแรกจะมาจากทาง ม.อ. เป็นหลัก รวมทั้งการสนับสนุนจากจังหวัดสงขลา สสปน. และภาคเอกชน ซึ่งกลุ่มบุคคลที่ช่วยให้ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจนสามารถผลักดันสงขลาให้ก้าวสู่ไมซ์ซิตี้ได้นั้น ประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.).  พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ อดีตคณบดีคณะวิทยาการจัดการ ซึ่งเป็นผู้วางแนวทางการทำงานเอาไว้ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร้อยโทหญิง ดร.เกิดศิริ เจริญวิศาล ผู้ก่อตั้งหลักสูตรไมซ์ขึ้นใน ม.อ. ซึ่งเป็นหลักสูตรแรกๆในประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นคนต้นเรื่องผู้ผลักดันเรื่องอุตสาหกรรมไมซ์ในจังหวัดสงขลามาตั้งแต่ปี 2554 แม้ท่านจะย้ายไปประจำที่มหาวิทยาลัยศิลปากรแล้วก็ตาม แต่ท่านยังคงเสียสละและมุ่งมั่นทำงานช่วยเหลือและส่งเสริมธุรกิจไมซ์ในจังหวัดสงขลาอย่างต่อเนื่องโดยไม่เหน็ดเหนื่อย

ดร.ทรงสิน ธีระกุลพิศุทธิ์ ผู้อำนวยการแผนงาน กล่าวว่า “ในตอนนี้ผมต้องรับผิดชอบภารกิจหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาควิชาบริหารธุรกิจ และหลักสูตรการจัดการไมซ์ คณะวิทยาการจัดการ ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะที่มีขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ในม.อ. โดยเมื่อท่านอธิการบดีอนุญาตให้จัดการประชุมคณะทำงานร่างแผนดำเนินงาน “สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา” ซึ่งท่านได้เคยให้จัดการประชุมเฉพาะกรรมการภายในม.อ.เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาสองครั้ง ซึ่งปกติบุคคลระดับอธิการไม่จำเป็นต้องลงมาดำเนินการด้วยตนเองแต่ปรากฎว่าท่านอธิการกลับแจ้งให้ผมไปพบที่สำนักงานของท่าน ทั้งนี้ท่านแสดงวิสัยทัศน์ชัดเจนโดยแจ้งผมตรงๆ ว่าอุตสาหกรรมไมซ์เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่ท่านให้ความสำคัญ โดยธุรกิจดังกล่าวนี้จะเป็นงานสำคัญในการศึกษาและวิจัยในอนาคต ขอให้ผมทำงานนี้อย่างตั้งใจ โดยผมไม่รั้งรอจะตอบท่านกลับไปว่า “ผมจะตั้งใจอย่างสุดกำลัง ระลึกถึงม.อ.ที่สนับสนุนทุนให้ผมไปเรียนต่อคราใด ใคร่ครวญอยู่อย่างเสมอว่าเราจะต้องตอบแทน และใช้ประสบการณ์จากงานด้านวิชาการไมซ์มาสู่การทำงานอย่างเต็มที่”

“ทุกครั้งที่มีการจัดประชุม ทาง ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีฯ จะให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ ใช้ห้องประชุมที่สำนักงานอธิการบดีทุกครั้ง พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่คอยดูแลเพื่อให้การประชุมมีความเรียบร้อย โดยในการประชุมครั้งสำคัญ อธิการบดีจะเดินทางมาเป็นประธานด้วยตนเองทั้งวัน ผมยังจำได้ว่าท่านต้องมีประชุมสำคัญตอนช่วงบ่าย แต่ท่านได้สั่งการให้เลื่อนประชุมนั้นโดยกระทันหัน เนื่องจากเห็นว่าการประชุมเกี่ยวกับ “สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา” ในครั้งนี้ ท่านต้องการให้เกียรติต้อนรับผู้เข้าร่วมทุกท่าน อันเป็นการสร้างความประทับใจอย่างยิ่งให้กับทุกคน เรื่องนี้มีส่วนอย่างสำคัญที่ทำให้มีการลงมติจัดตั้ง “MICE City Bureau” แห่งแรกในประเทศไทยขึ้นในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดร.ทรงสิน กล่าวและว่า

“ผมเชื่อว่า เมื่อการที่ใครสักคนได้ทำหน้าที่ที่ตนพอมีพื้นความรู้ สนุกกับงานที่ได้ทำ และได้รับการเกื้อหนุน พร้อมทั้งผลักดันผ่านทั้งในระดับนโยบายและทรัพยากร ผลสำเร็จของงานย่อมงดงามเสมอ ถึงแม้ว่าในระหว่างทางเดิน ผมจะได้เจอเรื่องตื่นเต้นและท้าทาย อันนี้ถือเป็นประสบการณ์ในการก้าวข้ามผ่านเรื่องราวต่างๆ และถึงแม้เส้นทางต่อไปยังคงอีกยาวไกล แต่เพื่อให้เห็นว่างานใดๆ กว่าจะบรรลุไปได้ในแต่ละขั้น ย่อมมาจากผู้นำที่คอยเกื้อหนุนและส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง ผมจึงขอบันทึกชื่อ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ ให้เป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จ เป็นเรื่องราวที่ประทับอยู่ในหัวใจและความทรงจำของผมไม่เคยลืม”