ศาลสืบพยานนัดแรกคดีอุ้มนักป้องสิทธิชุมชน จ.พัทลุง โดยกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 5 คนรับสารภาพ

ผู้สื่อข่าว จ.พัทลุง รายงานว่า จากกรณีที่นายเอกชัย อิสระทะ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ ( กป.อพช.ภาคใต้)ได้เดินทางเข้าไปสังเกตการณ์การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นในการขอประทานบัตรเหมืองหินเขาน้อย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง ของบริษัทแห่งหนึ่ง ณ มัสยิสอัสซอลีฮีน หมู่ที่ 4 ต.คลองใหญ่ อ.ตะโหมดแต่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 5 คน อุ้มตัวมากักขังในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ป่าบอน อ.ป่าบอน จ.พัทลุง และถูกปล่อยตัวออกมาในวันเดียวกันหลังจากที่การเปิดเวทีการรับฟังเสร็จสิ้น โดยเหตุเกิดในวันที่ 5 สิงหาคม 2562 จนถูกนายเอกชัยฯได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อ ตร.ภาค 9 ในวันรุ่งขึ้น ตามข่าวที่เสนอมาแล้วนั้น

ต่อมาในวันนี้ (ที่ 18) ศาลจังหวัดพัทลุงได้นัดสืบพยานนัดแรกในคดีที่นายสมเพียร หรือศรี เพ็งเพชร พร้อมพวกอีก 4 คน ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันอุ้มและกักขังหน่วงเหนี่ยว นายเอกชัย อิสระทะ เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ ( กป.อพช. ภาคใต้) โดยมีเครือข่ายขององค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ทั้ง จ.สงขลาและ จ.พัทลุงได้เดินทางมาให้กำลังใจแก่นายเอกชัยฯจำนวนหลายคน และมอบช่อดอไม้ให้แก่นายเอกชัยฯด้วย โดยการสืบพยานนัดแรกในวันนี้จำเลยทั้ง 5 คนได้รับสารภาพต่อศาลว่าก่อเหตุอุ้มและกักขังหน่วงเหนี่ยวนายเอกชัยจริง ตามคำฟ้อง ศาลจึงได้นัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 23 มีนาคมที่จะถึงนี้

ทางด้านนาง ส.รัตนมณี พลกล้า ซึ่งเป็นทนายโจทย์ กล่าวว่า คดีนี้เป็นเรื่องอุกฉกรรจ์ในเชิงภาพลักษณ์ ซึ่งรัฐต้องเข้ามาคุ้มครองประชาชนและนักปกป้องสิทธิชุมชน เนื่องจากธุรกิจเหมืองหินมีผลประโยชน์มหาศาล ซึ่งเป็นการลงทุนต่ำแต่ได้กำไรสูงและกำลังเกิดการละเมิดสิทธิประชาชนทั่วประเทศ ล่าสุดชาวบ้านที่ออกมาต่อต้านการทำเหมืองหินได้ถูกอิทธิพลมืดรังแกโดยการยิงปืนใส่ในพื้นที่ อ.ลำทับ จ.กระบี่ และในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู สำหรับคดีดังกล่าวนี้ถือเป็นเรื่องที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งกระทำต่อนักปกป้องสิทธิชุมชน จึงจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต สำหรับนายเอกชัยฯนั้นเคยปกป้องการทำเหมือนหินที่เขาคูหา จ.สงขลา ที่ส่งหินไปส่งขายยังประเทศอินเดียจนประสบความสำเร็จมาแล้ว ในส่วนของการฟ้องร้องกลุ่มผู้เสียหายทั้ง 5 คนนั้นได้มีการเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยอีกด้วย

อย่างไรก็ตามหลังจากการเสร็จสิ้นการดำเนินงานตามขั้นตอนของศาลจังหวัดพัทลุงในคดีดังกล่าว ทางด้านนายเอกชัยฯได้ออกมาอ่านแถลงการณ์โดยมีใจความสรุปได้ว่า เราสู้เรื่องนี้เพื่อไม่อยากให้เหตุการณ์อุ้มขังหรือมากกว่านั้นเกิดขึ้นในจังหวัดพัทลุงหรือจังหวัดต่างๆในประเทศ เนื่องจากเห็นว่าสังคมไทยไม่ควรมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จึงขอฝากถึง นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ในฐานะประธานกรรมการประจำจังหวัดพัทลุง ให้นำผลการตรวจสอบเวทีรับฟังความเห็นการให้สัมปทานเหมืองหินมาเปิดเผยด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากกระบวนการที่ใช้กลุ่มชายฉกรรจ์ หรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลนำผู้อื่นไปควบคุมตัว กังขัง หน่วงเหนี่ยวผู้อื่น เพื่อไม่ให้เข้าร่วมเวทีที่รับฟังความเห็นต้องจะต้องถือว่าเป็นโมฆะ และต้องยกเลิกคำขอประทานบัตรของบริษัทที่เกี่ยวข้องโดยทันที ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้บริษัทอื่นๆนำไปเป็นตัวอย่างในการกระทำในรูปแบบดังกล่าวอีกต่อไป