กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมต้อนรับและเสริมสร้างการรับรู้โครงการประกันรายได้เกษตรกร (ข้าว ปาล์มน้ำมัน และยางพารา) ในการลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงของรองนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี


เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 63 ณ ศาลาประชาคมอำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดํารง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมด้วยนายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา นายสมคิด รัตนวงศ์ เกษตรจังหวัดพัทลุงและเจ้าที่ในสังกัด ร่วมต้อนรับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีเเละรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพัทลุง เพื่อชี้แจง เสริมสร้างความรู้ มาตรการโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร ได้แก่ ข้าว ปาล์มน้ำมัน และยางพารา ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้และจังหวัดพัทลุง


นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรให้ข้อมูลว่า ตามที่รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปาล์มน้ำมันและยางพารา กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นหน่วยงานทำหน้าที่ดำเนินการขึ้นและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรเพื่อเก็บข้อมูลการทำการเกษตรของเกษตรกรใน แต่ละช่วงการปลูกและตรวจสอบความถูกต้องของเกษตรกรผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการและส่งข้อมูลให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเพื่อโอนเงินให้กับเกษตรโดยตรงผ่านทางบัญชีของเกษตรกรที่เปิดไว้กับ ธกส. โดยเกษตรกรสามารถตรวจสอบการรับเงินได้ภายในแอพพลิเคชั่น ฟาร์มบุ๊ค (Farmbook) ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้ทำการปรับปรุงให้สามารถตรวจสอบผลการรับเงินจากโครงการสนับสนุน ของภาครัฐแล้ว


นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า 14 จังหวัดภาคใต้ ขณะนี้มีเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันมาปรับปรุงข้อมูลแล้ว จำนวน 293,170 ครัวเรือน พื้นที่ 4,552,079 ไร่ ส่วนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว มาปรับปรุงข้อมูลแล้วจำนวน 81,071 ครัวเรือน พื้นที่ปลูกจำนวน 594,012 ไร่ และกรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดส่งข้อมูลให้ ธกส. แล้ว จำนวน 60,476 ครัวเรือน จำนวน 461,988 ไร่


เกษตรกรสนใจเข้าร่วมงานกว่า 1,200 คน ทั้งนี้ นายสมคิด รัตนวงศ์ เกษตรจังหวัดพัทลุง ได้ร่วมจัดกิจกรรมบริการคลินิกพืช จัดแสดงนิทรรศการผลการดำเนินงานเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) และการขับเคลื่อนจังหวัดพัทลุงให้เป็นเมืองเกษตรอินทรีย์วิถียั่งยืน