“นาหมื่นศรี” จัดงานแข่งขัน “ลูกลม” ปีที่ 23 ระหว่าง 17-23 ก.พ. เล่าขานตำนาน “บุตรแห่งพระพาย” ภูมิปัญญาสืบทอดนับร้อยๆปี

เมื่อเวลา 18.00 น. วันพุทธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ทุ่งนาริมคลองชลประทาน ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง นายเสริมเกียรติ สุพัฒน์แก้ว หัวหน้าสำนักงานจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายศุภศักดิ์ ศรีหมาน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตรัง นางลัดดาวัลย์ ช่วยชาติ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง(ททท.ตรัง) นายวิโรจน์ เยาว์ดำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาหมื่นศรี(อบต.นาหมื่นศรี) อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “แข่งขันลูกลม ชมถ้ำช้างหาย” ครั้งที่ 23 ประจำปี 2563 โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2563 ณ บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวหน้าถ้ำเขาช้างหาย โดยการแถลงข่าวได้เนรมิตทุ่งนาบริเวณริมถนนเลียบคลองชลประทาน ตำบลนาหมื่นศรีที่มีรวงข้าวสุกสีทองสำหรับจัดแถลงข่าว โดยการจัดงานเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ และอุปกรณ์ประกอบอาชีพพื้นบ้านเพื่อสะท้อนความเป็น “ตรังนา” ซึ่งเป็นวิถีดั้งเดิมซึ่งสืบทอดมาแต่บรรพชนนับหลายร้อยปี ตามประวัติศาสตร์การเกษตรกรรมในพื้นที่ “ลุ่มน้ำคลองนางน้อย” ซึ่งเคยเป็นพื้นที่นาที่กว้างใหญ่ที่สุดในจังหวัดตรังมาแต่โบราณ

สำหรับการแข่งขันลูกลม ถือเป็นเทศกาลประจำปีที่สืบทอดกันมาของชาวบ้านตำบลนาหมื่นศรี ซึ่งมีการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย และยึดถือปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง อนึ่ง “ลูกลม” ถือเป็นการละเล่นพื้นบ้านที่สืบต่อมายาวนาน จนถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของ ตำบลนาหมื่นศรี ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมของทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงที่มีกระแสลมแรง โดยเทศกาล “ลูกลม” จัดตรงกับช่วงเกี่ยวข้าวของตำบลนาหมื่นศรี ประวัติความเป็นมาของ “ลูกลม” เล่าสืบต่อกันมาว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบนสวรรค์ ในครอบครัวเล็กๆ ของ “พระพาย” ซึ่งเป็นเทพแห่งธรรมชาติ เป็นเทพเจ้าแห่งลมและพายุ รวมถึงท้องฟ้า ตามคติของศาสนาฮินดู โดยวันหนึ่งเป็นฤดูเกี่ยวข้าว ได้มีนกลา นกไผ นกเสียด นกกระจาบ และนกกาอื่นๆ ออกมามากินข้าว แต่เนื่องจาก “พระพาย” ไม่มีเวลาโห่นกไล่กาทุกวัน เพราะต้องไปอยู่เวรพัดลมทำความเย็นให้เทวดา ดังนั้น จึงมอบให้ “ลูกลม” ซึ่งเป็นลูกชายช่วยทำหน้าที่ดูแลนาข้าวแทน “ลูกลม” ซึ่งเป็นบุตรของ “พระพาย” จึงได้ไปตัดไม้ไผ่ แล้วเหลาให้แบน แต่บิดเบี้ยวๆ ก่อนคาดเป็นกากบาททับกันหลายๆ อัน เพื่อดักลมให้หมุนไปมาซ้ายขวาได้ โดยเมื่อไม้ดังกล่าวโต้ลม ก็จะหมุนคล้ายกับกังหันวิดน้ำ และมีเสียงดัง ทำให้นกกาเกิดความกลัว ไม่กล้าบินลงมากินข้าวที่ปลูกเอาไว้ เมื่อ “พระพาย” กลับจากเข้าเวร เห็นลูกชายทำอะไรแปลกๆ ด้วยการเอาไม้มาดักลม แต่มีเสียงไพเราะน่าฟัง จึงแสดงความพอใจอย่างมาก ดังนั้น ในวันต่อมา เมื่อ “พระพาย” ต้องไปเข้าเวรพัดลม จึงถือโอกาสบอกผลงานของลูกชายให้เทวดารับทราบ ซึ่งก็ได้แสดงความชื่นชม และแสดงความยินดีในความเฉลียวฉลาด พร้อมเห็นสมควรที่จะเผยแพร่สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ลงไปยังโลกมนุษย์ จึงได้เรียก “เวศหนู” ซึ่งเป็นทหารเอกมาเข้าเฝ้า เพื่อบัญชาให้นำเรื่องของ “ลูกลม” ไปทำการบอกกล่าว จนเป็นที่แพร่หลายในหมู่มวลมนุษย์นับตั้งแต่นั้นมา

ในทางวิทยาศาสตร์อาจมองได้ว่า “ลูกลม” มีหลักการทำงานเดียวกันกับ “หุ่นไล่กา” คือใช้ไล่นกที่ลงมากินข้างในแปลงนา แต่ “ลูกลม” ที่ “นาหมื่นศรี” นั้นมีความเชื่อมโยงกับความเชื่อ และ การเคารพในธรรมชาติผ่านตัวแทนความศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพธรรมชาตินั่นเอง และในปี 2563 นี้ “ลุกลมนาหมื่นศรี” ยังคงส่งเสียงร้องหวึ่งๆ ดังกึกก้องไปทั่วท้องทุ่งนาหมื่นศรีนับร้อยๆดอก ท่ามกลางบรรยากาศวิจิตรตระการตาแห่งท้องทุ่งสีทองแห่งพระแม่โพสพ

ขอบคุณภาพจากคุณ ปวีณา ตรีรัตน์พันธุ์