อดีตสาวแบงค์ วัย 32 ปี ลาออกกลับบ้านเกิดเบตงสานต่อธุรกิจ “ร้านอาหารฮันตาน่า” ที่เปิดมานาน 20 ปีของคุณแม่ พร้อมสร้างแบรนด์ “น้ำแกงสำเร็จรูปฮันตาน่า” ตอบโจทย์คนไกลบ้าน หนุ่มสาววัยทำงาน

นางสาวรีน่า มามุติพงศ์ เจ้าของน้ำแกงสำเร็จรูปฮันตาน่า กล่าวว่า น้ำแกงสำเร็จรูปฮันตาน่า เราต่อยอดจากธุรกิจร้านอาหารที่เปิดมานานกว่า 20 ปี เป็นที่รู้จักของคนไทยและนักท่องเที่ยวมาเลเซีย

 

ตอนนั้นทำงานอยู่ธนาคารแห่งหนึ่ง เงินเดือนไม่พอใช้  แม่จึงอยากให้เรากลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน ซึ่งเราก็อยากหาอะไรที่เป็นของตัวเอง เราจึงตัดสินในนำเมนูที่ขึ้นชื่อของทางร้าน มาพัฒนา เพื่อให้ลูกค้าที่มาทานที่ร้าน สามารถยืดอายุ และนำกลับติดมือได้ เป็นของฝาก ซึ่งเราก็คิดว่า เราน่าจะทำเมนูเด็กของทางร้าน สามารถเก็บไว้ได้นาน โดยที่ไม่ต้องแช่ตู้เย็น

 

เราจึงคิดทำอาหารที่อยู่ในรูปแบบสำเร็จรูป ที่สามารถช่วยตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้  จึงตัดสินใจนำเมนูแกงส้มของทางร้านฮันตาน่าที่คุณแม่เปิดขายมากว่า 20ปี  เนื่องจากน้ำแกงส้มเป็นน้ำแกงที่ไม่ต้องใช้หม้อฆ่าเชื้อ เราจึงศึกษาข้อมูล และเข้าไปศูนย์บ่มเพาะ ม.อ.หาดใหญ่ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาหารแปรรูป เราจึงเสนอเมนูขึ้นชื่อของร้านแกงส้มที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้หม้อฆ่าเชื้อ เหมือนโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

 

“น้ำแกงสำเร็จรูปฮันตาน่า เราเรียนรู้กรรมวิธี เราก็ลองผิดลองถูกมาเรื่อยๆจนสูตรเป็นที่พอใจ”

 

นางสาวรีน่า กล่าวและว่า  เริ่มแรกเราลองซีนขาย ยังไม่มีโรงผลิตที่ถูกต้อง ซีนโพสต์ขายหน้าเฟส แล้วเพื่อนก็ช่วยอุดหนุน ลูกค้าชิมก็ถูกใจ ก็บอกต่อเรื่อยมา

 

จนเมื่อเริ่มมีคนสนใจมากขึ้น เราจึงพัฒนาให้สินค้ามีมาตรฐานมากขึ้น และได้ปรึกษาทาง ม.อ. ในเรื่องโรงผลิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ของเราสามารถผ่าน อย.ฮาลาล และปัจจุบันได้รับ GMP แล้ว

 

โดยสถาบันฮาลาล ม.อ.ได้เข้ามาช่วย จนเราได้โรงผลิตที่มีมาตรฐาน ซึ่งทำให้เรากล้าว่างขายตามร้านของฝาก เพื่อเป็นของฝาก และขายตามหน้าร้าน ปัจจุบันคนเริ่มจะรู้จักมากขึ้น เวลามาเบตง ก็จะซื้อเป็นของฝากกลับไปด้วย

 

“กว่าจะสำเร็จเป็นน้ำแกงฮันตาน่า ที่มีโรงงานถูกต้องตามมาตรฐาน ก็เข้าสู่ปีที่ 2 ตอนนี้เป็นเวลา 3 แล้วที่เราพัฒนาแบรนด์ ปัจจุบันเราผลิตน้ำแกงสำเร็จรูปฮันตาน่า 6,000 – 10,000 ถุง/ต่อเดือน”

 

 

นางสาวรีน่า กล่าวต่อว่าโดยตลาดของเราจะเป็นหน้าร้านคือว่างจำหน่ายที่ร้าน และตลาดออนไลน์ จำหน่ายผ่านเพจ และเป็นลูกค้าประจำที่นำไปขาย ส่วนใหญ่จะขายใน 3 จังหวัดและมาเลเซียอย่าง KL ตามศูนย์ OTOP ในกรุงเทพฯและสตูล

 

สำหรับจุดแข็งของน้ำแกงฮันตาน่า เราสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน ที่ต้องการความสะดวก สบาย ไม่ยุ่งยาก และรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลามาตำเครื่องเอง ได้กินรสชาติที่อร่อยเหมือนกินที่ร้านฮันตาน่า ที่สำคัญคือ ผ่านกระบวนการมาตรฐาน ในอนาคตเราเตรียมทำตลาดที่ใหญ่กว่าเดิม

 

“น้ำแกงฮันตาน่า ช่วยประหยัดเวลา เหมาะกับคนทำงานในยุคนี้”

 

นางสาวรีน่า กล่าวด้วยว่า โอกาสเป็นผลิตภัณฑ์ฮาลาลที่สามารถขยายไปยังประเทศมุสลิมที่มีอยู่ทั่วโลกได้ เราจึงรู้สึกได้ว่า ประเทศนั้นๆเขามีความนิยมบริโภคแกงชนิดไหน เช่น นราธิวาส ลูกค้าจะชอบทานรสหวาน ซึ่งเมนูราสซอดปลาสามรสของที่ร้าน ในภาคใต้ตอนบนจะนิยมแกงส้ม สำหรับลูกค้าที่ไปเที่ยวต่างประเทศก็จะนิยมซื้อแกงเนื้อ ตัวนี้เราทำร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา ราคาจะค่อนข้างสูง เหมาะกับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ หรือพกไปทานระหว่างเที่ยวเมืองนอก สามารถทานแกงเนื้อสำเร็จรูปพร้อมทานของเราได้  ทั้งนี้ขั้นตอนการผลิตแกงเนื้อ จะส่งไปบรรจุภัณฑ์ ฆ่าเชื้อที่ ม.อ. ด้วย