ทม.สตูล จัดงานเทศกาลโคมไฟ”จับ-หง่อ-แม๋”ครั้งที่ 2 ประจำปี 2563 เทศกาลที่สืบทอดมานับร้อยปี

วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 19.00 น. นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานเปิด เทศกาลโคมไฟ ณ ลานประดู่ สำนักงานเทศบาลเมืองสตูล (จับหง่อแม๋) โดยมี นางอัญญาณี เพ็งจันทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสตูล และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมงานฯ

เทศกาล “จับหง่อแม๋” เมืองสตูล

ชาวสตูลเชื้อสายจีนมีวิธีเฉลิมฉลองตรุษจีนไม่เหมือนใคร ขณะที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดอื่นฉลองตรุษจีนกันในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 แต่เรากลับฉลองกันในวัน 15 ค่ำ เดือน 1 ซึ่งเป็นวันเพ็ญแรกของปี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เราเรียกวันนี้ว่า “จับ หง่อ แม๋” ไม่เพียงแต่ในสตูลที่มีการฉลองวันจับจับหง่อแม๋ ในปีนัง มะละกา สิงคโปร์ ก็มีการฉลองเทศกาลนี้เช่นกัน ต่างกันตรงที่ทั้งสามเมืองนั้นเขาฉลองอย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องกันมานานนับร้อยๆ ปี

การฉลองตรุษจีนเป็นการฉลองการขึ้นปีใหม่ตามปฎิทินจันทรคติจีน ในปฎิทินจันทรคติจีน 1 ปีมี 12 เดือน เมื่อครบ 12 เดือน ก็จะเปลี่ยนจักรราศี สำหรับวันสุดท้ายของปีก่อนตามปฎิทินจันทรคติจีน ตรงกับวันที่ 24 มกราคม 2563 (วันสิ้นปี) ชาวจีนมีประเพณีการไหว้บรรพบุรุษและเทพเจ้าที่ตนเคารพบูชาเพื่ออำลาปีเก่า จากนั้นพอวันถัดมาก็จะขึ้นปีใหม่ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 25 มกราคม 2563 เป็นวันตรุษจีนตามประเพณีของชาวสตูล จะไม่มีงานฉลองสาธารณะในวันตรุษจีน มีเพียงงานฉลองกันภายในครอบครัว ทุกบ้านจะหยุดงานอย่างน้อย 3 วันเพื่อไปมาหาสู่กัน โดยเฉพาะการไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ มีการให้ “อั่งเปา” กันในช่วงนี้

แต่การฉลองในวันจับหง่อแม๋ เป็นการฉลองสาธารณะ โดยมีเทศบาลเมืองสตูล นายประสิทธิ์ แบ้สกุล นายกเทศมนตรี ได้รื้อฟื้นประเพณีนี้ขึ้นมาในปี 2562 เป็นครั้งแรก โดยได้รับความร่วมมือจากคนไทยเชื้อสายจีนอย่างเข้มแข็ง มีการจัดขบวนแห่งดงามยิ่งใหญ่ตามแบบดั้งเดิม ขบวนแห่ดั้งเดิมประกอบด้วย เด็กหญิง หรือ เด็กสาวหาบตะกร้าดอกไม้ที่เรียกว่า “ฮัวหนา” เดินนำหน้า มีขบวนเชิญป้ายมงคล แต่ละป้ายประกอบด้วยตัวอักษรจีน 4 ตัว เป็นคำอวยพรเช่น “ทุกสิ่งสมปรารถนา” “มีหยกมากอง มีทองเต็มบ้าน” “ลงทุนสิบ กำไรแสน” “ให้มีเงินเข้าทุกวัน มีเงินเหลือทุกปี” “ราบรื่นทั่วทุกทิศ มีความสุขทั่วทุกคน” เป็นต้น

ต่อจากนั้น จะเป็นขบวนหญิงสาว นั่งบนสามล้อนับสิบๆ คัน แห่ไปทั่วเมือง เพียงแต่ปัจจุบันนี้ สามล้อเป็นสิ่งหายาก มีเพียงหนึ่งหรือสองคันเพื่อเป็นสัญลักษณ์และเป็นตัวแทนของสิ่งสำคัญอันขาดไม่ได้ในขบวนแห่จับหง่อแม๋ของชาวสตูล เมื่อเทศบาลเมืองสตูลรื้อฟื้นประเพณีนี้ขึ้นมา จึงเป็นที่ปิติยินดีของชาวสตูลเชื้อสายจีน ทุกคนต่างพร้อมใจกันร่วมขบวนแห่ และจัดขบวนนี้อย่างงดงาม

เครดิตข้อมูล โดย ศมานนท์ พฤกษ์พิเนต นักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น/เพจผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล