คณะวิทยาการจัดการ มรภ.ยะลา จับมือ กสศ.นำร่องทดลองพัฒนาทักษะแรงงาน ขาดแคลนทุนทรัพย์ และผู้ด้อยโอกาส ลดความเหลือมล้ำ หวัง สร้างโอกาสอาชีพ และรายได้ที่มั่นคงให้คนในพื้นที่

วันนี้ (9 ก.พ 63) กลุ่มผู้เรียน กว่า 10 คน ในโครงการฝึกทักษะอาชีพที่ใฝ่ฝัน ของผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อเป็นผู้ประกอบการและแรงงานคุณภาพ ซึ่งจัดโดย คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา จากการนำของ ผศ.แวอาซีซะห์ ดาหะยี หัวหน้าโครงการ อาจารย์ ดร.สุกฤษตา พุ่มแก้ว ผู้รับผิดชอบหลักสูตรช่างตัดผม นายนาซือรี เต๊ะกาแซ เลขานุการโครงการ ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ( กสศ.) ได้ออกให้บริการตัดผมฟรี เพื่อเพิ่มทักษะ ผู้เข้าร่วมโครงการ ให้กับนักเรียนโรงเรียนตาดีกา ณ มัสยิดมาตอซูรอ ม.4 บ้านท่าวัง ต.พร่อน อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งมีเด็ก ๆ ให้ความสนใจ เข้าร่วมตัดผม กันอย่างคึกคัก

ผศ.แวอาซีซะห์ ดาหะยี หัวหน้าโครงการฯ ระบุว่า “สำหรับโครงการนี้ ได้กำหนดเจาะพื้นที่ใน อ.เมือง จังหวัดยะลา ซึ่งมีตำบลเปาะเส้ง ตำบลพร่อน ตำบลบุดี โดยทาง คณะวิทยาการจัดการฯ มรย. ได้จัดทำโครงการนี้ มาเป็นสัปดาห์ที่ 4 แล้ว เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม และจะไปสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2563 โดยมี 3 หลักสูตร คือ หลักสูตรการทำขนม หลักสูตรการตัดผม และหลักสูตรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งทั้ง 3 หลักสูตรนี้ ก็ได้มีการสำรวจความต้องการของคนในพื้นที่ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเยาวชน สตรี มีผู้ใหญ่บ้างแต่ก็ไม่มาก จะเน้นในกลุ่มของเยาวชน ที่ว่างงาน ไม่มีงานทำ หรือ อาจจะมีรายได้น้อย”

หลักสูตรทำขนมก็จะมีกลุ่มผู้หญิงสมัครเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก หลักสูตรตัดผม จะเป็นกลุ่มเยาวชนผู้ชาย ส่วนอิเลคทรอนิกส์ จะเป็นเยาวชนที่สนใจใช้สมาร์ทโฟนในการดำเนินชีวิต ซึ่งมองว่าสมาร์ทโฟน น่าจะสร้างอาชีพให้เค้าได้ ซึ่งทั้ง 3 หลักสูตรตรงนี้ เป็นหลักสูตรที่ ได้รับการสะท้อนมาจากพื้นที่ แล้วก็ไปดีไซน์รูปแบบโครงการ โดยให้ภาคีเครือข่าย เป็นตัวเชื่อม หรือเป็นผู้ที่เข้าร่วมโครงการ นั่นคือ วิทยาลัยสารพัดช่างจังหวัดยะลา ซึ่งจะมาช่วยเสริมทักษะอาชีพที่เป็นด้านทักษะโดยตรง ในการผลิตและการปฏิบัติ ผู้ที่อบรมในโครงการฯ นี้ จะอยู่ประมาณ 6 สัปดาห์ หรือ 72 ชั่วโมง

หลังจากนั้น จะเข้าสู่คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ในการเพิ่มทฤษฎีที่ลงปฏิบัติ เพื่อจะเป็นผู้ประกอบการ หรือการเป็นแรงงานคุณภาพ และเป็นเจ้าของธุรกิจ ที่จะต้องมีการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย มีการหาแหล่งเงินทุน ทำแล้วได้กำไรไม่ขาดทุน เพิ่มช่องทางการตลาด พัฒนาในการประชาสัมพันธ์อาชีพ ประชาสัมพันธ์ความสามารถของตนเอง เพื่อดึงลูกค้า รวมถึง การวางตัวให้เป็นผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ ซึ่งทางคณะวิทยาการจัดการ ก็จะเข้าไปมีส่วนเสริมทักษะให้อาชีพของผู้เข้าร่วมโครงการฯ มั่นคงยิ่งขึ้น หลังจากนั้น ก็จะมีการเชื่อมต่อกับแหล่งทุน ซึ่งจะเป็นธนาคาร ต่างๆ ที่ได้ทำ MOU กับมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้เขียน รายละเอียด ของบประมาณ เพื่อไปสร้างอาชีพ สร้างงาน ซึ่งทางธนาคารฯ ก็จะมาจับคู่กับผู้ประกอบการหน้าใหม่เอง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ต่อไป

ทั้งนี้ ก็ต้องขอขอบคุณทาง กสศ. ที่มอบความคิดดีๆ ให้ทางตนเอง ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการ ได้เขียนโครงการนำเสนอ พิจารณาผ่าน และให้ทาง มรย. โดยคณะวิทยาการจัดการ เป็นผู้ดำเนินโครงการนี้ ซึ่งทาง กสศ. เล็งเห็นว่า จ.ยะลา ยังมีแรงงานที่ด้อยคุณภาพ ด้อยโอกาส คนว่างงานอีกมาก และสนับสุนนปัจจัยตรงนี้มา เพื่อเพิ่มคุณภาพ ลดความเหลือมล้ำให้กับประชาชนในพื้นที่

นายพงศกร กาวิชัย รองผู้จัดการ โครงการการหนุนเสริมทางวิชาการติดตามและถอดบทเรียนระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน (จากหน่วยงานมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.) ซึ่งได้นำคณะลงพื้นที่ มาติดตามโครงการที่ได้รับทุนจาก กสศ. ระบุว่า “ในโครงการนี้ เป็นระบบทดลองการพัฒนาอาชีพของผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ และผู้ด้อยโอกาส ซึ่งทางทีมงาน ก็ได้มีการติดตามทั่วประเทศ ซึ่งมีอยู่ 42 จังหวัด ทั้งหมด 74 โครงการ ซึ่งพื้นที่ จ.ยะลา เป็นหนึ่งในโครงการฯนี้ ในการทำงาน ก็จะเป็นการเน้นพัฒนาอาชีพ ที่เน้นชุมชนเป็นฐาน เพื่อสร้างโอกาสให้กับคนในพื้นที่ รวมถึงกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน เพื่อให้เกิดทั้งรายได้และการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน ในการที่จะสร้างชุมชนและสังคมร่วมไปพร้อมกัน โดยใช้ฐานชุมชนที่เป็นอาชีพของคนในชุมชน หรืออาชีพที่คนในชุมชน ต้องการพัฒนาในชุมชน เอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ

ซึ่งวันนี้ ก็จะมาติดตามดูในส่วนของกลุ่มเป้าหมายมาให้กำลังใจ และหนุนเสริมหน่วยพัฒนาอาชีพ ซึ่งเป็นของทางราชภัฏยะลา ที่ได้รับโครงการ เป็นหน่วยพัฒนาอาชีพหนึ่ง เพื่อที่จะได้ส่งเสริมและพัฒนากลุ่มเป้าหมาย ที่ต้องการพัฒนาอาชีพ ซึ่งอาจจะมีในส่วนของผู้ที่ยังขาดโอกาส หรือขาดแคลนทุนทรัพย์ ที่ทางกองทุนจะได้เข้ามาสนับสนุน ซึ่งหน่วยพัฒนาอาชีพก็จะเข้ามา ที่จะเป็นผู้ประสานในการที่จะให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้พัฒนาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตัดผม หรือว่าเรื่องของการพัฒนาอาชีพเกี่ยวกับการทำอาหารประเภทต่างๆ ซึ่งก็แล้วแต่ทางพื้นที่ ที่กลุ่มเป้าหมายมีความสนใจ และขึ้นอยู่การออกแบบกระบวนการของแต่ละพื้นที่ แต่ละหน่วยพัฒนาอาชีพ ซึ่งทาง กสศ. ได้พยายามหนุนเสริมจากพื้นที่ เพื่อให้ตอบสนองกับการทำงานในพื้นที่ แล้วก็กลุ่มเป้าหมาย ให้มากที่สุด สามารถตอบโจทย์การพัฒนาในพื้นที่จริงๆ โดยเฉพาะอาชีพ ที่จะตอบโจทย์ในการสร้างรายได้แล้วก็การพัฒนาที่ยั่งยืนและการเรียนรู้ร่วมกันของสังคมในพื้นที่ ให้สามารถต่อยอดไปเรื่อยๆ ไม่อยากให้การอบรมเป็นแค่การอบรมแล้วก็เสร็จไป แต่การอบรม ก็จะต้องพัฒนาทักษะ อาชีพไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ต่อยอดอาชีพนั้นได้จริงๆ

ข้อมูลข่าวและที่มา: รุ่งสุรีย์ กิตติกุลสวัสดิ์/กนกพร ประสงค์/สทท.ยะลา