สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา แจ้งเตือน “แมลงศัตรูทุเรียนที่พบในช่วงหน้าแล้ง” ไรแดงและเพลี้ยไฟ “ผอ.สุพิท” แนะเกษตรหมั่นสำรวจ พร้อมวิธีป้องกันกำจัด

นายสุพิท จิตรภักดี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ให้ข้อมูลว่าเนื่องจากในช่วงนี้ มีสภาพแดดแรง อากาศร้อน แห้งแล้ง ลมพัดแรง มีความชื้นต่ำ ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสมต่อการระบาดและเพิ่มปริมาณของศัตรูพืชทุเรียน ได้แก่ ไรแดง เพลี้ยไฟ ซึ่งจะระบาดรวดเร็วและทำความเสียหายในช่วงหน้าแล้ง โดยเฉพาะทุเรียนที่อยู่ในระยะติดดอกและติดผลอ่อน

ภาพประกอบจาก www.technologychaoban.com

ดังนั้น เกษตรกรควรหมั่นสำรวจสวนทุเรียนอย่างสม่ำเสมอ โดยภาคใต้เป็นแหล่งปลูกทุเรียนมากอันดับ 2 ของประเทศ รองจากภาคตะวันออก ในปี 2562 มีเนื้อที่ปลูกทุเรียน 503,513 ไร่ มีเนื้อที่ให้ผลจำนวน 387,944 ไร่ มีผลผลิตรวม 482,140 ตัน
ศัตรูพืชทุเรียน ได้แก่ ไรแดงเป็นศัตรูชนิดหนึ่งที่เป็นปัญหาของเกษตรกรที่ปลูกทุเรียน การทำลายมีความรุนแรงมาก เนื่องจากไรแดงเป็นศัตรูที่มีขนาดเล็กมาก การเพิ่มประชากรเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกษตรกรมักไม่ทันสังเกตเห็น การป้องกันกำจัดจึงไม่ทันการณ์ ทำให้เกิดความเสียหายกับทุเรียน

ลักษณะการทำลาย ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของไรแดง จะดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบ ผล และกิ่งอ่อนของต้นทุเรียน
ทำให้บริเวณที่ถูกทำลายจะเห็นคราบของไรคล้ายผงหรือฝุ่นละอองสีขาวเกาะอยู่ สีของใบจะซีดไม่เขียวเป็นมันเหมือนปกติ หลังจากนั้นจุดนี้จะค่อย ๆ ลามขยายออกไปทั่ว ในกรณีที่ระบาดมาก ๆ และต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจมีผลให้ใบทุเรียนร่วง การเจริญเติบโตหยุดชะงัก มีผลกระทบต่อการติดดอกและผลของทุเรียน


วิธีป้องกันกำจัด

1. ปรับสภาพสวนไม่ให้เอื้ออำนวยต่อการเกิดโรคและแมลง ได้แก่ การกำจัดวัชพืชในสวนทุเรียน ซึ่งอาจเป็นแหล่งหลบซ่อนของไรแดง
2. อนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติไว้ควบคุมไรแดงตามธรรมชาติ เช่น ไรตัวห้ำ แมลงวันขายาว แมลงช้างปีกใส ด้วงเต่า ด้วงคล้ายมด เพลี้ยไฟตัวห้ำ แมงมุม
3. หมั่นสำรวจสถานการณ์ศัตรูพืชอย่างสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ๆ ละ 10 จุด ตลอดฤดูกาล
4. ใช้ระบบน้ำเหวี่ยงหรือเครื่องพ่นน้ำ 1-2 ชั่วโมงต่อวัน ให้ใบทุเรียนเปียกโชกทั่วทรงพุ่มเพื่อลดปริมาณไรแดงในช่วงฤดูแล้งให้อยู่ในระดับต่ำ วิธีการนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นให้ศัตรูธรรมชาติสามารถดำรงชีวิตอยู่และเพิ่มปริมาณสูงขึ้นในช่วงแล้ง ซึ่งจะช่วยควบคุมประชากรของไรแดงได้อีกทางหนึ่งด้วย
5. ใช้สารเคมีเมื่อพบไรแดงในปริมาณมากเฉลี่ย 10 ตัวต่อใบ โดยสารเคมีที่มีประสิทธิภาพในการใช้ควบคุมปริมาณไรแดงในสวนทุเรียน ได้แก่ โพรพาร์ไกต์ 30% WP อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรืออามีทราช 20% EC อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำลิตร หรือเฮกซีไทอะซอกซ์ 2% EC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทั้งต้น โดยเฉพาะบริเวณยอดเมื่อพบไรแดงระบาดพ่นซ้ำตามความจำเป็นและงดพ่นก่อนเก็บเกี่ยว 14 วัน ไม่ควรใช้สารเคมีชนิดเดียวติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรมีการสลับเพื่อป้องกันไรแดงดื้อยา
เพลี้ยไฟ เป็นแมลงที่มีขนาดเล็กมาก ลำตัวยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ตัวอ่อนมีสีเหลือง ตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลปนเหลือง เคลื่อนไหวรวดเร็ว มีวงจรชีวิตสั้น แพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว มีนิสัยชอบอยู่ในที่ซ่อนเร้น เช่น ภายในยอดอ่อน ช่อดอก และผลอ่อนของพืช ตัวเมียจะวางไข่ภายใต้ผิวเนื้อเยื่อของพืช ทำให้รอดพ้นจากฤทธิ์ของสารเคมี

ดังนั้น จึงสังเกตเพลี้ยไฟที่เข้าทำลายพืชในระยะเริ่มแรกได้ยากด้วยตาเปล่า การป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟให้ได้ผลดี จึงเป็นเรื่องยากสำหรับเกษตรกร


ลักษณะการทำลาย ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยทําลายทุเรียนในระยะใบอ่อน เพลี้ยไฟจะดูดกินน้ำเลี้ยง ซึ่งจะเห็นอยู่ตามเส้นกลางใบ เส้นกลางใบจะเป็นสีน้ำตาล ทําให้ใบหงิก ถ้ารุนแรงอาจทําให้ใบอ่อนร่วงได้ ในระยะดอกอ่อนและดอกบานจะพบเพลี้ยไฟตามดอก ถ้าดอกบานจะอาศัยอยู่ตามเกสร กลีบดอก ทําให้การผสมเกสรไม่สมบูรณ์ และดอกร่วง ระยะหางแย้ไหม้ – ผลอ่อน จะพบตามซอกหนามทุเรียน ทําให้หนามทุเรียนติดกัน เมื่อลูกโตจะเป็นทุเรียนหนามจีบหรือหนามติด ส่งผลให้ราคาตกต่ำ
วิธีป้องกันกำจัด

1. หากพบเพลี้ยไฟระบาดเล็กน้อย ให้ตัดส่วนที่ถูกทำลายทิ้ง

2. หากพบเพลี้ยไฟระบาดรุนแรง ให้ใช้สารสารเคมีกำจัดแมลงที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ ได้แก่ อิมิดาโคลพริด 10% SL อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือฟิโพรนิลนิล 5% SC อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือคาร์โบซัลแฟน 20% EC อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร และไม่ควรใช้สารเคมีชนิดใดชนิดหนึ่งซ้ำติดต่อกันหลายครั้ง เพราะทำให้เพลี้ยไฟสร้างความต้านทานได้

นายสุพิท ขอเน้นย้ำว่า “หากพบการทำลายของศัตรูพืชทุเรียนให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้านทันที เพื่อหาแนวทางป้องกันกำจัดก่อนเกิดการระบาดรุนแรง”