ประธานบอร์ด กยท. สวมวิญญาณ”ลูกชาวสวนยาง” เปิดโต๊ะเจรจาเวทีชุมนุมรับ “ทำทันที” ในหน้าที่และให้ทุกฝ่ายร่วมแก้ปัญหา พร้อมเสนอรัฐบาลในส่วนที่เกินอำนาจหน้าที่

วันที่ 29 มกราคม 2563 บริเวณเวทีชุมนุมสาธารณะ สี่แยกควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช กลุ่มชาวสวนยางและสถาบันชาวสวนยางพันธมิตร ได้รวมตัวชุมนุมเวทีสาธารณะ เป็นวันที่ 4 ท่ามกลางชาวสวนยางจากหลายพื้นที กว่า 700 คน โดยมีนายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย ในฐานะ กลุ่มชาวสวนยางและสถาบันชาวสวนยางพันธมิตร

บรรยากาศโดยทั่วไปพบว่า ยังคงมีชาวสวนยางทยอยเข้ามาร่วมชุมนุมอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ใจกลางเวทีได้มีการจัดตั้งโต๊ะกลางเพื่อเจรจากับนายประพันธ์ บุณยเกียรติ ประธานบอร์ด กยท และคณะทีาจะร่วมเจรจาหาทางออกร่วมกัน

ต่อมาในเวลา 15.00 น.นายประพันธ์ฯ พร้อมคณะได้เดินทางมาถึงเวทีฯและเข้านั่งโต๊ะเจรจา โดยแบ่งเป็น 2 ฝ่าย อย่างชัดเจน ทั้งนี้ก่อนเจรจาในเรื่องการแก้ไขปัญหาทั้ง 4 ข้อเรียกร้องในครั้งนี้ นายมนัส ได้ลุกขึ้นชี้แจงในที่ประชุมได้รับทราบว่า รักษาการผู้ว่า กยท.พร้อมพวก 4 คน ได้มายืนดูข้างเวที แต่ไม่ยอมขึ้นเวที ขณะที่ชาวสวนยางเชิญขึ้นเวทีกลับหนีขึ้นรถตู้ กยท.ออกไปทันที ประจวบกับ รถบรรทุกสินล้อของชาวสวนยางวิ่งมาพอดีเกืแบชนกับรถตู้สีขาว และหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริงจะทำอย่างไร

“อยากให้ ปธ.บอร์ด กยท.ทราบว่าพฤติการณ์ของลูกน้องท่านทำแบบนี้จริงๆ ไม่เข้าใจว่าผู้บริหาร กยท.ไม่มีวุฒิภาวะ ในการทำหน้าที่ แล้วอย่ามามองว่าพวกตนไม่ใช่กล้วยตากแห้งด้วย พวกตนไม่มีAction และไม่ได้ Drama เราเดือดร้อนจริงๆ

นายมนัส กล่าว “ไม่ได้หวังว่าท่านจะแก้ไชปัญหาจากข้อเรียกร้อง แต่เราต้องการสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นทั้ง 4 ข้อเพื่อนำสิ่งเหล่านี้มาแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนเสียที และไม่ได้สรุปว่าการเจรจาในครั้งนี้จะจบ อาจจะมีต่ออีกหลายเวที”

นายประพันธ์ กล่าว “ตนเดินทางลงมาในครั้งนี้เพื่อรับฟังความเดือดร้อนและข้อเสนอของเกษตรกรสวนยาง ยืนยันรับจะจัดการทุกข้อเสนอที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กยท. สิ่งใดที่นอกเหนือจากนี้ จะสรุปและนำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ทันที”

นายประพันธ์ กล่าวว่า “คณะกรรมการ กยท.เน้นเรื่องการมีส่วนร่วมพัฒนาเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรให้มีความแข็งแรงแบบยั่งยืน มีมาตรฐานตามเกณฑ์ตลาดโลก ทั้งผลผลิตและระบบการจัดการสวนยาง ส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรรวมตัวกันและจัดการเครือข่ายเกษตรกรให้เข้มแข็ง รวมทั้งการจัดการสวัสดิการของเกษตรกรอย่างทั่วถึงและโปร่งใส การจัดการกองทุนยางพาราตามมาตรา 49 ต้องมีธรรมมาภิบาลและประสิทธิภาพสูงสุด ส่งเสริมสนับสนุนและร่วมมือทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษาและเอกชนในการวิจัยพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ยางพาราหลากหลายเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่ม และใช้ยางพาราในประเทศมากขึ้น”

นอกจากนี้ ยังร่วมกับกลุ่มเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในการติดตามการใช้ยางภาครัฐ ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางความรู้ แหล่งอุตสาหกรรมยาง ใช้เทคโนโลยีระดับสูงของโลก ที่เรียกว่า rubber valley และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในเรื่องการจัดการยางพาราไทย