สมาพันธ์เอสเอ็มไทยจังหวัดสงขลา เปิดสถาบัน “SME Business School” ตลาดความรู้ธุรกิจให้ผู้ประกอบการ ชู 4 หลักสูตร ปรับตัวอยู่รอด-เติบโตในยุคเทคโนโลยีดิจิทัล

13 มกราคม 2563 สมาพันธ์เอสเอ็มไทยจังหวัดสงขลา นำโดย “ประธานฟุก” นายพิชัย จงไพรัตน์ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มไทยจังหวัดสงขลา และภาคใต้ พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาพันธ์ฯ ประชุมเปิดสถาบัน “SME Business School” ประจำปีการศึกษา 2563 เพื่อร่วมระดมความคิดปรับหลักสูตร อัพเดตติดตั้งความรู้ใหม่ให้ผู้ประกอบการอยู่รอดและเติบโตในยุค 4.0 และ 5.0
“แจ็ค” นายคคนานต์ เจริญมาก ประธานฝ่าย Information Technology สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดสงขลา เผยว่า โครงการคอร์สเรียน SME Business School ปี 2563 เป็นหลักสูตรใหม่ที่สร้างขึ้นมา เปรียบเสมือน “สถาบัน” หรือโรงเรียนสอนทำธุรกิจให้กับจังหวัดสงขลาและใกล้เคียง ซึ่งเป็นระบบการศึกษาแบบใหม่ที่ผู้เรียนสามารถลงเลือกคอร์สที่สนใจได้


สมาพันธ์ฯ มุ่งมั่นในการสร้างสถาบันการสอนให้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจด้านธุรกิจมากขึ้น พร้อมที่จะแข่งขันกับโลกได้ง่ายขึ้น โดยในคอร์สเรียนมีวิชาที่ทุกคนต้องศึกษา อาทิ วิชาการใช้เทคโนโลยีในยุคดิจิทัล เช่น แชทบอทไลน์ OA, แชทบอท Facebook, การทำคอนเทนท์วิดีโอและภาพ วิชาที่เกี่ยวกับภาษี ซึ่งจะสอนในทุกขั้นตอน เช่น การค้าขายออนไลน์ต้องทำภาษีอย่างไรบ้าง, การเปิดบริษัทใหม่ต้องทำงบดุล หรือทำงบให้กับนักบัญชี ต้องเริ่มอย่างไร, อยากทำบัญชีให้ถูกต้อง ควรเริ่มต้นอย่างไร,
การจัดทำบัญชีเพื่อแม่ค้าออนไลน์, การจัดทำงบกระแสเงินสด, ภาษีที่เจ้าของกิจการควรต้องทราบ, เขียนแผนธุรกิจอย่างไรให้ได้รับการอนุมัติจากสถาบันการเงิน “เรียกได้ว่า หากเรียนจบคอร์สนี้ ก็สามารถเรียนรู้การทำบัญชีได้ด้วยตัวเอง”

นอกจากนั้น ยังมีวิชาการเขียนแผนธุรกิจ หรือเรียกว่า Business Model Canvas ซึ่งจะสอนให้ผู้ประกอบการรู้ว่า ธุรกิจมีจุดอ่อน จุดเด่นตรงไหน และต้องปรับแก้ไขจุดไหน เพื่อสามารถแข่งขันได้ง่ายขึ้น และทำให้รู้ว่าแม้โลกเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคใหม่ ธุรกิจรุ่นเก่าก็สามารถปรับตัวสู่ Business Model ได้ด้วยตัวเอง ด้วยการเรียนแบบลงมือทำ “การสอนส่วนใหญ่ใช้ประสบการณ์ในการถ่ายทอดความรู้ เพราะมองว่า SMEs ด้วยกันเองจะเข้าใจซึ่งกันและกัน สมาพันธ์ฯ จึงเปิดคอร์สนี้เพื่อช่วยเหลือเติมเต็มให้กับผู้ประกอบการ” แจ็ค กล่าว และว่า

จะเปิดโรงเรียนในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งใน 1 วัน มีหลักสูตรสอนพร้อมกัน 4 หลักสูตร โดยให้ผู้ประกอบการเลือกลงทะเบียนตามหลักสูตรที่สนใจ ในเดือนต่อไปหากสนใจเรียนหลักสูตรอื่น ๆ ก็สามารถลงทะเบียนอีกครั้ง และเลือกเรียนหลักสูตรนั้น เรียกได้ว่าเป็น “ตลาดความรู้” ที่ผู้ประกอบการสามารถเลือกเรียนสิ่งที่ตัวเองสนใจ ซึ่งแตกต่างจากงานสัมมนาในอนาคตหลังจากทดสอบโมเดลจะปรับเปลี่ยน SME Business School เรียนระบบออนไลน์ เพื่อรองรับผู้ที่สนใจสามารถเรียนได้ทุกที่ เรียนรู้ได้ 24 ชั่วโมง ซึ่งสามารถสอบถามโต้ตอบแลกเปลี่ยนกับอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญได้

“ผู้ประกอบการที่เข้าร่วม สิ่งแรกที่จะได้ นั่นคือ ความรู้ ที่จะนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้ทันที โดยถ่ายทอดจากประสบการณ์จริงที่ได้ลองใช้ ลองปฏิบัติ เพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจเติบโตไปได้ไกล”

สำหรับผู้ที่สนใจจะพัฒนาตนเอง มองว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้น SME Business School เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่ทุกคนสามารถเริ่มต้น การเรียนครั้งนี้เจตนาเพื่อช่วยเหลือ SMEs ด้วยวิธีการของสมาพันธ์ฯ โดยไม่ได้หาปลาให้คุณกิน แต่จะสอนเครื่องมือจับปลาว่า โลกเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แต่สามารถจับปลาได้เหมือนคนอื่นๆ เพียงคุณต้องปรับตัว “ใครที่เรียนก่อนจะมีโอกาสได้รับข้อมูลก่อน และมีโอกาสปรับตัวได้เร็ว นั่นหมายความว่าเขามีโอกาสแข่งขันได้สูงขึ้น ซึ่งเนื้อหาแต่ละเดือนปรับเปลี่ยนตามความสนใจ ความต้องการของตลาด ขึ้นอยู่กับผู้เรียนต้องการเนื้อหาไหนเป็นพิเศษ”

แจ็ค กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความสำคัญ เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของธุรกิจ ธุรกิจไหนที่ไม่มีกระดูกสันหลังเทคโนโลยี ก็ไม่สามารถอยู่ได้ แต่การแข่งขันสูง ธุรกิจไหนที่มีกระดูกสันหลังเทคโนโลยี ก็ทำให้มีความยืดหยุ่นได้มากขึ้น ต้นทุนการสร้างลูกค้าใหม่ ดูแลลูกค้าเก่าก็จะถูกลง ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นได้ง่าย