จังหวัดภูเก็ต เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินบูรณาการทุกภาคส่วนรับมือป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธ์ุใหม่ ติดตามสถานการณ์ แถลงข่าว สร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยัน ภูเก็ตยังไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ และขอความร่วมมือ พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลจากภาครัฐหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้

วันที่ 26 มกราคม 2563 เวลา 10.30 น. นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายแพทย์ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค, นายวงศกร นุ่นชูคันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต, แพทย์หญิงศิริลักษณ์ ไทยเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช และนายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ร่วมประชุมติดตามการดำเนินงาน พร้อมมอบนโยบาย แนวทางการปฏิบัติงานในการควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ใหม่ แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อให้การควบคุมป้องกันโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ใหม่ ให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “จังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา มาตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2563 โดยร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และสำนักงานควบคุมโรคที่ 11 นครศรีธรรมราช กรมควบคุมโรค ซึ่งมีทั้งทีมแพทย์และบุคลากรด้านสาธารณสุขปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่ผ่านมาพบการนำเสนอข่าวที่เป็นเท็จไม่เกิดผลดีต่อจังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้พื้นที่ที่ปฏิบัติการควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนา นั้น เป็นพื้นที่ปิดของท่าอากาศยานซึ่งมีกฎหมายบังคับ มีกฎระเบียบควบคุมการบันทึกภาพและเผยแพร่ภาพ ดังนั้นการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยและมาตรฐานของการท่าอากาศยานไทยและขององค์การอนามัยโลก ทั้งนี้ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในการกดไลค์กดแชร์ ข้อมูลที่เป็นจริงโดยต้องอ้างอิงจากข้อมูลของทางราชการ”

นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการรวบรวม ฐานข้อมูลภาพรวมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทั้งข้อมูลการเข้าพักการเดินทางต่อออกนอกประเทศ ซึ่งจังหวัดใช้ข้อมูลดังกล่าวในการบริหารจัดการและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา โดยจังหวัดภูเก็ตมีมาตรการควบคุมและการดูแลประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างเข้มข้นตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตต้องขอความร่วมมือกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว, ผู้ประกอบการโรงแรมต่างๆ ในการบูรณาการเพื่อการควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนาร่วมกัน โดยเผยแพร่ข้อมูลประชาสัมพันธ์ให้แก่นักท่องเที่ยวที่พักในสถานประกอบการต่างๆ หากผู้เข้าพักมีอาการไข้ขึ้นสูง ไม่สบาย ขอให้ประสานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต หรือโรงพยาบาลของรัฐที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อก้าวสู่กระบวนการคัดกรองโรคทำการรักษาและเข้ามาอยู่ในความดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งจะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยควบคุมและป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาได้อีกทางหนึ่ง”

ด้านนายแพทย์ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า “ประเทศไทย มีมาตรฐานในการป้องกันและควบคุมโรคอยู่ในอันดับ 6 ของโลก ซึ่งถือว่ามีขีดสามารถในการควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับขององค์การอนามัยโลก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตได้นำขั้นตอนตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลกมาใช้ในการปฏิบัติการควบคุมโรค สำหรับการยกระดับการควบคุมโรคระดับ 3 คือ การปฏิบัติตามกระบวนการที่กระทรวงสาธารณสุขสั่งการ ซึ่งจะมีเน้นการควบคุมโรคในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาในพื้นที่มากที่สุด และกำหนดให้ทุกจังหวัดมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรค สำหรับแนวทางการสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารจะเน้นการนำข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข โดยใช้กลไกของสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ตมาเป็นศูนย์กลางการกระจายข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ข้อมูลมีความเป็นเอกภาพ รวมทั้งจะมีการวางแผนสำรองเวชภัณฑ์และยา รวมถึงจะต้องมีนักกฎหมายเข้ามาให้คำปรึกษาในการปฏิบัติการทั้งในส่วนของท่าอากาศยานและสถานที่อื่นๆ โดยการปฏิบัติงานจะต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบและดูแลบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าไปปฏิบัติงานให้มีความปลอดภัยด้วย สำหรับระบบการคัดกรองและการติดตามนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่จะต้องดำเนินการอย่างดีที่สุดและใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว แต่การปฏิบัติการทุกขั้นตอนจะต้องอยู่ภายใต้การทำงานที่รอบคอบไม่สร้างความตื่นตระหนก”

ทั้งนี้ ขอชื่นชมทีมปฏิบัติการของจังหวัดภูเก็ตที่มีความเข้มแข็งในการควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนาที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้สิ่งที่จะต้องระมัดระวังในการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมินักท่องเที่ยวทั้งขาเข้าและขาออกจะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีและการประชาสัมพันธ์ที่ดี เพื่อให้การบริหารเวลาการเดินทางของนักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างลงตัว และไม่ก่อให้เกิดปัญหานักท่องเที่ยวตกเครื่องหรือเกิดความล่าช้าในการทาง

โอกาสนี้ นายแพทย์ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้กล่าวชี้แจงถึงประเด็นข้อข้องใจในกระบวนการเก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจ Nasopharyngeal swab, Throat swab และตัวอย่างเลือด เพื่อส่งไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สถาบันบำราศนราดูร และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตามกระบวนการการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคตามหลักมาตรฐานสากล เนื่องจากทั้ง 3 สถาบันดังกล่าว เป็นแลปที่ได้รับการยอมรับและผ่านมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก

ขณะที่ นายธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวรายงานว่า “การควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ใหม่ ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินเป็นระดับ 3 เน้นการคัดกรองช่องทางเข้า – ออก ที่ท่าอากาศยาน ได้แก่ อากาศยานสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, เชียงใหม่, ภูเก็ต, กระบี่ และเพิ่มการเฝ้าระวังที่โรงพยาบาลเตรียมความพร้อมสำหรับรับมือโรคติดต่ออุบัติใหม่ครอบคลุมระบบบริการสาธารณสุขทั้งภาครัฐเอกชนชุมชนแหล่งท่องเที่ยว โดยบูรณาการทำงานร่วมกับกระทรวงคมนาคม, กระทรวงต่างประเทศ, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และจัดทำรายงานสถานการณ์ฉบับภาษาอังกฤษ และใบความรู้ที่เกี่ยวข้องกับโรคในฉบับภาษาต่างประเทศเผยแพร่ทางเว็บไซต์กรมควบคุมโรคด้วย”

สำหรับการเฝ้าระวังการคัดกรองผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตดำเนินการตั้งแต่วันที่ 5-25 มกราคม 2563 จำนวน 33 เที่ยวบิน 4,943 คน จำนวนนักบินและลูกเรือได้รับการคัดกรอง 107 คน ผลการตรวจคัดกรองพบผู้ที่เข้าเกณฑ์ตามนิยาม จำนวน 14 ราย ผลการตรวจโรคยืนยันไม่พบเชื้อและให้กลับที่พักแล้ว จำนวน 8 ราย ส่วนอีก 6 ราย อยู่ระหว่างการรอผลการตรวจเลือด โดยได้เฝ้าระวังติดตามอาการในห้องแยกเชื้อโดยอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จำนวน 4 ราย โรงพยาบาลป่าตอง 1 ราย และโรงพยาบาลถลาง 1 ราย โดยทั้ง 6 ราย ยังคงมีอาการปกติไม่พบอาการที่มีความรุนแรงหรือจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

 

ในส่วนของการเตรียมการด้านบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตได้มีการประชุมเตรียมความพร้อม และชี้แจงมาตรการแนวทางการดำเนินงานเฝ้าระวังสอบสวนป้องกันควบคุมโรคในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ดำเนินการสำรวจเตรียมความพร้อมของหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ หรือทีมเฝ้าระวังสอบสวนควบคุมโรคทีมด้านการรักษาพยาบาลพิมพ์ส่งต่อผู้ป่วยและผู้เกี่ยวข้องของจังหวัดภูเก็ต และจะได้มีการซักซ้อมของทีมมีการทดสอบความพร้อมของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต

ด้านห้องแยกโรคและทีมดูแลผู้ป่วยได้มีการประสาน โรงพยาบาลของรัฐและเอกชนในพื้นที่เตรียมความพร้อมป้องคัดแยกโรค รวม 11 ห้อง อาทิ ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตมีห้อง AIR 2 ห้องพร้อมใช้, โรงพยาบาลถลางห้อง Modified 1 ห้องพร้อมใช้, โรงพยาบาลป่าตอง Modified 1 ห้อง พร้อมใช้ เป็นต้น

สำหรับแผนปฏิบัติการคัดกรองและควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนา ขณะนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับโรงพยาบาลภาครัฐเอกชนในพื้นที่ดำเนินการจัดทีมเจ้าหน้าที่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขวันละ 33 คน ปฏิบัติหน้าที่ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงละ 11 คน คือช่วงเช้า, ช่วงบ่าย และช่วงดึก โดยให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดประตูทางเข้า-ออก ท่าอากาศยานภูเก็ตทั้ง 6 ประตู เพื่อคัดกรองวัดอุณหภูมิ และวัดไข้ นักท่องเที่ยวทั้งขาเข้าและขาออกทุกราย ทั้งนี้หากพบมีอุณหภูมิสูงเกิน 38 องศาเซลเซียส จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อมูลและนำส่งโรงพยาบาลทันที

ส่วนข้อสรุปในที่ประชุม จังหวัดภูเก็ตจะมีการเปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2563 เป็นต้นไป โดยในทุกวันจะมีการสรุปผลการดำเนินงานปัญหาอุปสรรค ชี้แจง แถลงข่าวให้สื่อมวลชน และพี่น้องประชาชน ได้รับทราบสถานการณ์ ในการดำเนินงานการควบคุม และป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาอย่างใกล้ชิด เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด ทั้งนี้เพื่อสร้างความเชื่อมั่น สร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในการรับมือ สถานการณ์ดังกล่าวด้วยการบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน และเวลา 15.30 น. วันนี้ (26 ม.ค. 63) นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จะมอบอุปกรณ์เครื่องเทอร์โมอินฟาเรด จำนวน 36 เครื่อง ให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการตรวจวัดอุณหภูมิหรือวัดไข้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางทั้งขาเข้าและขาออก ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต

 

ข้อมูลข่าวและที่มา: ดัชนี สัจจะบุญทวี/ วรัญญา นันตาแก้ว/ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต