รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ติดตามแผนการสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ ของท่าอากาศยานนราธิวาส รองรับจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงประกอบพิธีฮัจย์  พร้อมเผย ตั้งเป้าให้ท่าอากาศยานนราธิวาส และท่าอากาศยานเบตง เป็นประตูเชื่อมผู้คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้กับโลก สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย กระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวสู่พื้นที่ชายแดนใต้

 

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 นายถาวร  เสนเนียม  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ประชุมติดตามความคืบหน้าแผนพัฒนาท่าอากาศยานนราธวาส  โดยมี นายทวี  เกศิสำอาง อธิบดีกรมท่าอากาศยาน  นางดวงพร  สุวรรณมณี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนราธิวาส  ให้ข้อมูลการเตรียมก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่  ตามแผนพัฒนาท่าอากาศยานนราธิวาส วงเงินกว่า 800 ล้านบาท เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจากปัจจุบัน 8 แสนคนต่อปี เป็น 1.7 ล้านคนต่อปี  ซึ่งขณะนี้ท่าอากาศยานนราธิวาสมีผู้มาใช้บริการประมาณ 2.3 แสนคนต่อปี แต่ต้องเร่งดำเนินการขยายไว้รองรับ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร โดยเฉพาะในช่วงประกอบพิธีฮัจญ์ที่จะมีผู้โดยสารชาวมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาใช้บริการจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังรองรับการเปิดเที่ยวบินใหม่จากประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซียอีกด้วย การปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสาร หรือ เทอร์มินอลครั้งนี้ จะมีการก่อสร้างอาคารหลังใหม่เป็นหลังที่ 2 เชื่อมต่อกับอาคารที่ใช้งานในปัจจุบัน โดยจะเปิดประมูลโครงการดังกล่าวได้ในเดือน กุมภาพันธ์ 2563 จากนั้นจะลงนามสัญญากับผู้ชนะประมูลได้ประมาณเดือน มิถุนายน 2563 เริ่มก่อสร้างประมาณเดือน กรกฎาคม 2563 แล้วเสร็จและเปิดให้บริการประมาณปี 2566  ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จะนำข้อมูลจากการประชุมในครั้งนี้ เข้าสู่วาระติดตามการพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ก่อนการประชุม ครม.สัญจร นอกสถานที่ ที่ จ.นราธิวาส ในวันที่ 21 มกราคม 2563 ด้วย

 นายถาวร  เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายและกำชับต่ออธิบดีกรมท่าอากาศยาน และบุคลากรท่าอากาศยานนราธิวาส ว่าจะต้องทำให้ท่าอากาศยานทุกแห่ง ภายใต้การกำกับดูแลของกรมท่าอากาศยาน ต้องเชื่อมไทย เชื่อมโลก เพื่อสอดรับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง เป็นศูนย์กลางการเดินทางท่องเที่ยวสู่ภูมิภาค เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนในท้องถิ่น เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นควบคู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่ ส่งเสริมพื้นที่ในการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร เช่น ผลไม้ตามฤดู การร่วมมือกับการสายการบินในการบริหารจัดการเพื่อให้ผู้โดยสารสามารถโหลดผลไม้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  การใช้พื้นที่ภายในท่าอากาศยานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อรองรับกับธุรกิจในรูปแบบต่างๆ สนับสนุนและผลักดันให้ท่าอากาศยานทุกแห่งของกรมท่าอากาศยานเป็น Smart Airport โดยจะเริ่มต้นที่ท่าอากาศยานกระบี่ ให้เป็นท่าอากาศยานต้นแบบ ก่อนจะขยายคลอบคลุมสู่ท่าอากาศยานอื่นๆทั่วประเทศ

 

 

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  กล่าวด้วยว่า  ได้ตั้งเป้าให้ท่าอากาศยานนราธิวาส และท่าอากาศยานเบตง เป็นการจราจรทางอากาศของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะเป็นประตูเชื่อมผู้คนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้กับโลก สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยและการท่องเที่ยว ที่จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการลงทุน กระจายรายได้สู่ประชาชนในพื้นที่ นำความเจริญก้าวหน้า ตลอดจนความสงบสุขมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อไป

 

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม   รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  ได้พบปะและส่งคณะครู นักเรียน โรงเรียนศรีสวรรค์วิทยา อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ซึ่งจะเดินทางไป”ทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้นอกสถานศึกษา โดยอากาศยานลำเลียงแบบ C-130 ของกองทัพอากาศ เพื่อไปทัศนศึกษา ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 20 – 25 มกราคม 2563 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า ในการเดินทางโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเปิดโอกาสการเรียนรู้และเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้แก่เยาวชน อันจะนำมาซึ่งการพัฒนาท้องถิ่นของตนให้เกิดความเจริญก้าวหน้าและเกิดสันติสุขอย่างยั่งยืนต่อไป

 

ขอบคุณข้อมูลจาก คุณอุษณีย์ หมัดและ ผู้สื่อข่าว สวท.เบตง