พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ หรือ “บิ๊กน้อย”รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “คุยข่าว สิบโมง” ช่องททบ.5 กล่าวถึงการบูรณาการศึกษาของไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าโดยลำดับ การบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค นโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการที่ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลด้วย และได้ให้เป็นเรื่องสำคัญเป็นพิเศษในห้วงนี้ เนื่องจากว่า การที่จะบูรณาการงานด้านการศึกษาระดับภาคนั้น จะต้องทำให้เกิดคุณภาพของการศึกษา ประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงอย่างบูรณาการร่วมกัน จึงได้ลงพื้นที่ในการที่จะไปชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้บริหาร ผู้อำนวยการพื้นที่ต่างๆ ในแต่ละภาค ซึ่งเรียบร้อยแล้วในห้วงที่ผ่านมา ก็เป็นลักษณะของการทบทวนอดีต พัฒนาปัจจุบัน และการสร้างสรรค์คุณค่าในอนาคต เมื่อผ่านมาในแต่ภาคเรียบร้อยแล้ว ในห้วงวันที่ 29 – 30 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมาได้นำทั้ง 6 ภาค มาเชื่อมโยง และเรียนรู้แผนร่วมกัน พร้อมจัดทำแผนในปี 63 ให้เกิดความสมบูรณ์ เตรียมนำเสนอสภาพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ เพื่อเข้าวงรอบของการทำงบประมาณในห้วงต่อไป

โดยภาครวมของการบูรณาการการศึกษา 6 ภาค ในแผน 12 ของสภาพัฒน์ในห้วงนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งตรงนี้เป็นห้วงการทำงานที่สอดคล้องกัน ในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยในแต่ละภาคจะมีศักยภาพที่มีความแตกต่างกัน มีความโดดเด่น มีจุดเน้น มีส่วนที่เป็นบริบทของพื้นที่ในปัจจัยต่างๆมีความเหมือน และความต่าง เพราะฉะนั้นการศึกษาเป็นต้นทางที่จะทำงานเช่น ยุทธศาสตร์สร้างศักยภาพของทรัพยากรบุคคลในเรื่องของการศึกษา ซึ่งจะต้องดูบริบท พื้นที่ดูศักยภาพของพื้นที่

ทั้งนี้ในแต่ละภาคได้มีแผนของสภาพัฒน์ที่ได้กำหนดไว้แล้วอย่างไร เช่น ภาคใต้ชายแดน เน้น ในเรื่องอุตสาหกรรมแปรรูป การเกษตร มูลค่าการค้าชายแดน การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งมีโครงการต่างๆในพื้นที่ หรือพื้นที่ทางภาคตะวันออก ซึ่งมีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC มุ่งที่จะทำให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน ตรงนี้คือ ศักยภาพเป็นวิสัยทัศน์ เป็นจุดเด่นของแต่ละภาคที่เราได้ตั้งโจทย์ไว้ เพื่อจะผลิตและพัฒนาคนให้สอดคล้องด้านการศึกษา เพราะฉะนั้นการวางแผนที่ดีก็จะนำไปสู่การขับเคลื่อนที่ดี จะทำให้เป็นไปตามเป้าหมายและความต้องการของการพัฒนาประเทศและความต้องการของภาคประชาชน

“ทุกภาคของประเทศไทยมีจุดเด่นชัดเจนไม่เหมือนกัน ซึ่งผู้บริหารด้านการศึกษาของแต่ละพื้นที่ของแต่ละภาคจะทราบดี ถือเป็นโจทย์สำคัญโจทย์หนึ่งของการที่จะนำมาซึ่งการวางแผนให้สอดคล้องกัน”

พลเอก สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า จริงๆแล้วการพัฒนาคุณภาพด้านการศึกษา เราทำอย่างทั่วถึง เข้าถึงในทุกพื้นที่ของทุกภูมิภาคอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนของภาคใต้ชายแดน ผมรับผิดชอบในเรื่องของการพัฒนาภาคการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอดนั้น มีการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน มีการประเมิน การทบทวนเป็นห้วงเวลาต่างๆ ซึ่งเราได้นำไปรายงานในหลายๆองค์กร หลายจังหวัด รวมถึงการประชุมของผู้ช่วย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ได้ประชุมร่วมกันและมีการนำเสนอในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้มีข้อเสนอข้อสังการณ์ให้นำผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นในห้วงที่ผ่านมาของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นำไปขยายผล จากการขยายได้ผลได้มีผลสัมฤทธิ์เช่น การสร้างโอกาส ด้านการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนในพื้นที่ เช่น การพัฒนาด้านกีฬา ด้านดนตรี ด้านอาชีพ

พลเอก สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า การมีศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนในอาชีวะศึกษาที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีความเข้มแข็งมากในขณะนี้ มีการเน้นในการวางรูปแบบ การจัดการศึกษาที่ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของภาคประชาชนของการพัฒนาในเรื่องการพัฒนาในมิติของเศรษฐกิจ หรือพัฒนาพื้นที่ในมิติต่างๆ ฉะนั้นลักษณะอย่างนี้ก็จะสามารถที่จะขยาย หรือว่า ถ่ายทอดไปในพื้นที่ภาคต่างๆ

“ที่ผมรับผิดอยู่นั้น ผมได้นำไปเชื่อมโยง กับการทำงาน เรื่องการวางแผน การจัดการศึกษา หรือการบูรณาการด้านการศึกษาในพื้นที่ภาคต่างๆ อันนี้ถือว่า เป็นลักษณะที่จะเกิดการเชื่อมโยง การบูรณาการและสุดท้ายจะเป็นภาพของความเข้มแข็งที่จะเติบโตไปด้วยกัน”

ขณะเดียวกัน ก็ได้เน้นยำในที่ประชุมที่ผ่านมาว่า การทำงานต้องให้เกิดความเชื่อมโยง อย่างทั่วถึง เช่น ในการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ องค์กรหลักต่างๆ เช่น สำนักงานปลัดกระทรวง ที่ประกอบด้วย การศึกษาเอกชน การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย หรือการทำงานในส่วนของการศึกษาพื้นฐาน หรือการทำงานในระดับของอาชีวะศึกษา ระดับอุดมศึกษา จะต้องเกิดความเชื่อมโยงกันทั้งภายในกระทรวง รวมถึงหน่วยงานที่ทำงานในด้านการศึกษา เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องมีความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ แผน 12 และแผนนโยบายต่างๆ รวมถึงแผนความมั่งคงด้วย

“นอกจากเกิดความเชื่อมโยงร่วมกันแล้ว จะต้องเกิดการบูรณาการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และสื่อมวลชน จะต้องมีส่วนช่วยทั้งสิ้น”

พลเอก สุรเชษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า การทำงานของกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่ต่างๆ จะต้องเกิดความเชื่อมโยง การบูรณาการและการสร้างความร่วมมือของทุกภาคส่วนให้เกิดขึ้นให้ได้ ซึ่งเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาทุกเรื่องที่จะนำไปสู่นโยบายของรัฐบาลในการทำให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน