“ผมอยากประกาศหาว่า ใครที่ร้องขอความช่วยเหลือจากผมแล้ว ผมไม่สนใจมีไหม ถ้ามีแสดงตัวผมมีรางวัล”

ข้อความในกลุ่มไลน์หลายกลุ่ม ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่วันที่20พฤศจิกายน เป็นต้นมา เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลฯและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อธิบายว่า

ตนเป็นอดีตข้าราชการฝ่ายปกครองจากปลัดอำเภอ นายอำเภอ ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด สุดท้ายเกษียณอายุในตำแหน่งเลขาธิการ ศอ.บต.

“ผมว่าไม่เพียงสำนึกตลอดเวลาของการเป็นข้าราชการเท่านั้น ผมมานั่งทบทวนตัวเราเองว่า วันนี้เราเกษียณอายุแล้ว แม้ว่าเรายังมีงานที่ได้รับมอบหมาย คือเป็นผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ดูแลพื้นที่ ดูแลพี่น้องประชาขน เราก็ถือว่าเป็นหน้าที่อยู่ แต่พอหลังเลือกตั้งแล้วหน้าที่ตรงนี้ก็จะหมดไป แต่ผมคิดว่าก็คงไม่หมดอีก

ผมยังมั่นใจว่าใครเอ่ยปากมา ผมคงไม่รับรู้อย่างเฉยเมย ผมก็คงต้องช่วยต่อ เรื่องเกือบทุกเรื่องสำเร็จเสร็จลงได้ โดยผมไม่ต้องทำเองทุกเรื่องเลย ผมขอความร่วมมือคนอื่นให้เขาช่วย เท่าที่ผ่านมาคนเหล่านี้ไม่ได้ช่วยเพราะเราสั่งหรอก เขาดีใจ เขาถึงต้องเร่งรีบจัดการให้เพราะเป็นงานเขา สุดท้ายเขาต้องขอบคุณผมที่ได้บอกกล่าวให้ ตรงนี้เองอยากบอกกับพี่น้องเราว่า ท่านเดือดร้อนอยากให้ช่วยเรื่องใดบอกมาเถอะ ผมสนใจรับจัดการให้”

นายภาณุ กล่าวถึง ปัญหา จชต.เราส่วนหนึ่งว่า เราไม่โทษว่าชาวบ้านเดือดร้อนแล้วไม่บอก แต่เราเจ้าหน้าที่รัฐต้องยอมรับว่าเป็นความบกพร่องของเรา บกพร่องที่เราเข้าไม่ถึงชาวบ้านต่างหาก ดังนั้นเมื่อมีช่องทางสื่อสารโดยการโทรแจ้งสายด่วน หรือใช้คนบอกเล่า

ขณะนี้ผมได้สร้างเครือข่าย”กลุ่มจิตอาสา”มากขึ้น เช่น เราตั้งนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนเป็น อาสาสมัครวิทยาลัยชุมชน อสส.วชช. หรือที่มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา เรากำลังตั้ง อสส.มรย.เมื่อสัปดาห์ที่แล้วไปคุยกับนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้มีการจัดตั้งนักศึกษาประจำหมู่บ้านเรียก”สิงห์บูลอาสา”คนเหล่านี้รับผิดชอบหมู่บ้านท้องที่ตัวเอง เขาจะเป็นสื่อกลางระหว่างราชการกับชาวบ้าน

“ปัญหาความเดือดร้อนหากมีก็จะส่งผ่านทางนี้ คนบอกข่าวก็ต้องรับผิดชอบต่อที่จะติดตามจนปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวได้รับการแก้ไข”

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมามีปัญหาในการช่วยเหลืออย่างไรหรือไม่ และเพราะอะไรถึงได้มีการออกประกาศอย่างที่ว่านี้ ท่านภาณุฯตอบอย่างที่เล่นทีจริงว่า ไม่ใช่ผมต้องการเช็คเร้ดติ้งความสนใจของชาวบ้านหรอก แต่ผมต้องการรู้จริงๆว่า ที่ผ่านมาทั้งๆที่ผมมั่นใจของผมเองว่า ทุกปัญหาทุกการร้องขอผม ผมสนใจ ผมต้องช่วยจัดการให้ จนมั่นใจว่าเราไม่ทำตกหล่นแน่ ทุกกรณีต้องเห็นผล

“ตรงนี้สำคัญที่ต้องทำความเข้าใจคือ ทุกคำร้องขอ ผมสนใจ ผมเข้าจัดการหรือรับเป็นธุระ นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีต้องสำเร็จสมใจทุกกรณี ทุกราย ผมอยากแสดงให้เห็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาคำร้องเรียนที่ผมคิดว่าสำคัญมาก”

อย่างกรณีร้องของานทำ กรณีสอบแล้วขอให้ช่วยวิ่งเต้นให้สอบได้ เรื่องนี้ขอมามาก ผมแสดงจุดยืนชัดเจนว่า หากผมช่วยนอกแบบชัดเจนเลยคือไม่เป็นธรรมสำหรับคนอื่น ผมไม่ทำเด็ดขาด แต่ผมมีให้ข้อแนะนำ และหากรายการนั้นมีคนสอบเยอะๆผมจะสร้างโอกาสให้กับพวกเราเช่น จัดการติวพิเศษให้ เปิดโอกาสให้กับทุกคนในพื้นที่ ซึ่งเราก็ทำอยู่หลายครั้ง หรือกรณีบุคคลที่ได้รับผลกระทบสมัครสอบที่ใด ผมก็ย้ำให้เขาใช้สิทธิบุคคลที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งก็ต้องบอกกล่าวไปรวมทุกคนที่เป็นกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อในการพิจารณาจะแข่งขันกันเองในกลุ่ม ซึ่งจะเป็นโอกาสมากกว่า อันนี้เป็นกรณีพิเศษไป

ดังนั้นการรับคำร้อง การขอความช่วยเหลือ อยู่ที่ท่าทีที่สำคัญของเราคือ การให้ความสนใจ มอบหมายประสานงานต่อ งานยากทำไม่ได้ก็ชี้แจงว่า ต้องรอ ต้องเปลี่ยน หรือต้องทำอะไรเพิ่มเติมซึ่งเกือบทุกรายพอใจ ขณะเดียวกันถ้าในปัญหาเดียวกัน คนร้องมามากมีผลในการปรับเปลี่ยนแนวทางภาครัฐด้วยเช่นกัน ซึ่งก็เคยทำเช่นการจัดหางบประมาณพิเศษมาแก้ไขปัญหา การจัดทำโครงการหรือกลยุทธพิเศษเฉพาะกรณีไป วิธีการทำงานอย่างนี้ผมจึงเชื่อมั่นว่า ผมมีท่าทีสนใจตอบรับ และดำเนินการแล้วมีคำตอบทุกคำร้องเรียนคำร้องขอ

“ผมมีความสุขและกระตือรือร้นทุกครั้งที่ได้รับคำร้องเรียนการร้องขอจากชาวบ้าน ผมไม่รู้สึกเหนื่อยหรือรำคาญแม้คนหลายคนว่าผมโง่ที่ให้เบอร์โทรส่วนตัว089-001-1999 ก็ตรวจสอบได้อีกเหมือนกันว่า ผมรับหรือโทรกลับทุกราย ผมดีใจครับและพร้อมที่จะช่วยเหลือครับ” นายภาณุ กล่าว

นางคอลีเยาะ หะลี แกนนำสตรีอาสาคลายทุกข์ ที่สูญเสียคุณพ่อจากเหตุการณ์กรือเซะ 28 เมษายน 2547 กล่าวว่า ท่านภาณุ อุทัยรัตน์ ถือเป็นคนชัดเจน ยืนยันได้ว่า ท่านเป็นคนหนึ่งที่ชอบให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ที่ผ่านมามีเรื่องอะไร ขอแค่ให้บอกท่าน ท่านจะรับเรื่องและรีบแก้ปัญหาทันที เพราะที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ เมื่อเราพบเห็นเคสอะไรก็ตามในพื้นที่สามจังหวัด ก็จะส่งเคสเหล่านี้ไปให้ท่านช่วย ท่านก็จะรับช่วยทันที และรีบช่วยจนสำเร็จไปทุกเคส ตรงนี้ในฐานะที่เราชอบส่งเคสไปให้ แล้วเราก็เห็นท่านช่วยด้วยความจริงใจ จริงจัง และทุกเคสสำเร็จ

“ทุกเรื่องเมื่อไปถึงท่านภาณุ คนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ก็ต้องรีบขยับ เพราะท่านจะไม่อยู่นิ่ง จะรีบช่วยทุกเคส จนจบ”

กล่าวต่อว่า เราทำงานมานานกับท่านภาณุ ไม่มีเคสไหนที่ท่านไม่ช่วย ท่านรับทุกเคส และรีบช่วยแก้ทุกเรื่องด้วย ถึงแม้ว่า วันนี้ท่านจะพ้นจาก ศอ.บต.ไปแล้ว ไม่ได้เป็นเลขาธิการ ศอ.บต. แต่ท่านก็ไม่เคยอยู่นิ่ง ยังลงมาทำงานแก้ปัญหา ยังรับเรื่องทุกเรื่อง และยังรับดูแลทุกอย่างที่แจ้งเข้ามาเหมือนเดิม

“เราเป็นคนหนึ่งที่ท่านช่วยเหลือ ที่บ้านไม่มีน้ำประปาใช้ ท่านเป็นคนผลักดัน จนมีน้ำประปาใช้ และยืนยันได้ว่า ถ้าทุกเรื่องที่ผ่านมา ไม่ได้รับความช่วยเหลือ เป็นไปไม่ได้ เช่น เคสตัวอย่างที่จังหวัดนราธิวาส ที่สูญเสียภรรยา บ้านจะล้ม ท่านเป็นคนแรกที่เข้าไปช่วยเหลือ หลังจากนั้นก็มีหน่วยงานเข้าไปช่วย”

กล่าวอีกว่า ท่านภาณุ ถึงแม้จะเป็นคนพูดไม่ค่อยเพราะ โพงพางกับบางคน แต่ท่านเป็นคนพูดจริง พูดตรง ท่านไม่ได้เป็นคนนิ่มนวล แต่ท่านถือเป็นคนทำงานคนหนึ่ง ที่เป็นคนจริง ถ้าใครบอกว่า ท่านไม่ช่วย สำหรับตนเป็นไปไม่ได้ เพราะเรารับหลายเรื่องในพื้นที่ เราส่งตรงถึงท่าน เราไม่เห็นว่า เคสไหนที่ท่านจะไม่ช่วย ท่านรับช่วยทุกเรื่อง ทุกคน และช่วยจนสำเร็จทุกเคส