สตูลจีโอพาร์ค มรดกโลกล้านปี แห่งเดียวของประเทศไทย


นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล พาทุกท่านไปชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติเมืองสตูล จากผืนทะเล 550 ล้านปี สู่อุทยานธรณีโลกแห่งแรกแห่งเดียวของประเทศไทย ดินแดนปลายด้ามขวาน มิติใหม่ในการท่องเที่ยวระดับโลกกันครับ องค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO ได้ประกาศให้จังหวัดสตูล บนพื้นที่สตูลจีโอพาร์ค เป็นอุทยานธรณีโลกแห่ง ที่ 4 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีหลักฐานทางธรณีวิทยาที่สำคัญ คือ ภูเขาหินโต๊ะหงาย ในบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา มีอายุกว่า 550 ล้านปี และพบหลักฐานทางธรณีวิทยาด้านรอยเลื่อนทับกันของหินจาก 2 ยุค คือ หินปูนกลุ่มหินทุ่งสูงยุคออร์โดวิเชียน และหินทรายกลุ่มหินตะรุเตายุคแคมเบรียน รวมทั้งฟอสซิลมหายุคพาลีโอโซอิกที่มีครบทั้ง 6 ยุค ขณะเดียวกันยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางบกและทางทะเลอื่น ๆ ได้แก่ ถ้ำ น้ำตก ธารล่องแก่ง ป่าเขาหินปูน ป่าดงดิบสูงใหญ่ พันธุ์ไม้เก่าแก่หายาก และหมู่เกาะฝั่งอันดามันที่สวยงามจนได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘มรดกอาเซียน’

“เกาะหินงาม” อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

ที่ตั้ง : หาดกรวดหินงาม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะอาดัง เป็นเกาะขนาดเล็กมีชายหาดหินกรวดสีดำลวดลายสวยงาม โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสกับน้ำทะเลจะเป็นประกายสวยงามเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องแวะชมความสวยงามของหินกรวดตัดกับขอบฟ้าและน้ำทะเล

“ถ้ำเล สเตโกดอน”

เป็นถ้ำอยู่ในเทือกเขาหินปูนทอดยาวมีลักษณะคล้ายอุโมงค์ใต้ภูเขา ภายในถ้ำมีลักษณะคดเคี้ยวมีระยะทางจากปากถ้ำจนถึงทางออก ประมาณ 4 กิโลเมตร สิ่งที่โดดเด่นของถ้ำแห่งนี้ที่สำคัญคือการพบซากดึกดำบรรพ์ของช้าง และ แรดสมัยไพลสโตซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช้าง สกุล “สเตโกดอน” ซึ่งเป็นที่มาของการเรียกชื่อถ้ำแห่งนี้ว่า “ถ้ำเล สเตโกดอน” 
                                                                                                         “เกาะไข่”

เป็นเกาะขนาดเล็กซึ่งอยู่บนเส้นทางเดินเรือระหว่างเกาะตะรุเตา – เกาะหลีเป๊ะ ถึงแม้ว่าชื่อของ “เกาะไข่ จ.สตูล” แห่งนี้จะไปพ้องต้องกันกับชื่อของ “หมู่เกาะไข่ จ.พังงา” แต่ความจริงแล้วต่างก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวคนละแห่ง นักท่องเที่ยวซึ่งไม่เคยทราบข้อมูลเหล่านี้มาก่อนอาจเกิดความสับสนได้ เป็นเกาะเดียวแยกออกมาเดี่ยว ๆ มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวในเรื่องของ ทิวทัศน์ของซุ้มประตูหินธรรมชาติขนาดใหญ่ซึ่งเรียกกันว่า “ซุ้มรักนิรันดร” 

“ถ้ำเจ็ดคต”

มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากถ้ำอื่น ๆ คือ มีลำคลองลอดถ้ำ คดเคี้ยวไปตามลักษณะธรรมชาติของตัวถ้ำมีถึง 7 คูหา เป็นที่มาของชื่อถ้ำแห่งนี้ มีผู้ตั้งชื่อใหม่ว่า “ถ้ำสัตคูหา” พร้อมตั้งชื่อของแต่ละคูหา ดังนี้ คูหาที่ 1 เรียกว่า “สาวยิ้ม” ผนังถ้ำมีสีเขียวมรกตมีหินงอกหินย้อยอยู่หน้าถ้ำ คูหาที่ 2 เรียกว่า “นางคอย” มีหินงอก หินย้อย สวยงาม และฝูงค้างคาวจำนวนมาก คูหาที่ 3 เรียกว่า “เพชรร่วง” ส่วนบนของผนังถ้ำมีช่อง ให้แสงอาทิตย์ส่องลอดลงมาได้ เมื่อแสงอาทิตย์กระทบกับผนังถ้ำจึงเกิดประกายแวววาวเหมือนเพชร คูหาที่ 4 เรียกว่า “เจดีย์สามยอด” พื้นทางเดินเป็นหิน ลักษณะคล้ายดอกกุหลาบ คูหาที่ 5 เรียกว่า ” น้ำทิพย์” ตามผนังถ้ำเป็นหินย้อยสีขาว และน้ำตาล เป็นหลืบซ้อนกันมองดูคล้ายผ้าม่าน คูหาที่ 6 เรียกว่า “ฉัตรทอง” มีหินงอก หินย้อยซ้อนเหลื่อมกันเป็นชั้นเสมือนฉัตร คูหาที่ 7 เรียกว่า “ส่องนภา” ภายในมีหินงอก หินย้อย รูปทรงคล้ายดอกบัวคว่ำ

“น้ำตกวังสายทอง”

เป็นน้ำตกชั้นหินปูนขนาดใหญ่เป็นชั้นน้อยชั้นใหญ่ มีความสวยงามและมหัศจรรย์น่าหลงใหล ซึ่งเป็นน้ำตกหินปูนแห่งแรกในภาคใต้ที่เดินแล้วไม่ลื่น ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่หาดูได้ยาก เป็นน้ำตกหินปูนที่มีแหล่งน้ำแต่ละชั้นไหลลดหลั่นผ่านชั้นหินปูนสีเหลืองอร่ามดั่งทองเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ดูงดงามราวกับดอกบัว บริเวณน้ำตกมีต้นไม้สูงใหญ่ร่มรื่น แหล่งน้ำมาจากการอัดและทะลักของน้ำในถ้ำใต้ภูเขาทะลุออกมาตามช่องเขาลงสู่แอ่งต่างๆ ที่รองรับอยู่บริเวณรอบๆ ที่ถูกพอกด้วยหินปูนน้ำจืดเป็นทำนบเล็กๆ และเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด แล้วไหลลงสู่คลองละงู มีการพอกพูนของสารแคลเซียมคาร์บอเนตเกิดเป็นริ้วสายของปูนน้ำจืดตามการไหลของกระแสน้ำตก แต่ละชั้นเป็นขั้นบันไดเกยกันไปมา เกิดเป็นอ่างน้ำธรรมชาติเล็กใหญ่ภายใต้ร่มไม้ร่มรื่นสามารถลงเล่นน้ำได้อย่างสนุกสนามชื่นใจ มีความสะดวกสบายเนื่องจากจุดเที่ยวชมน้ำตกอยู่ใกล้บริเวณถนนจุดจอดรถ ทำให้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ลงเล่นน้ำคลายร้อนเป็นอย่างมาก

#SatunWonderland : ดินแดนมหัศจรรย์
#ของหรอยเมืองสตูล
#ของดีเมืองสตูล โลกต้องรู้
#เที่ยวสตูล
#สุขให้สุด ปักหมุดที่สตูล

อ้างอิง

https://www.m-culture.go.th/travel/ewt_news.php?nid=302&filename=index

http://www.satun/wang-sai-thong-waterfall

http://www.thongteaw.com/

http://www.satun-geopark.com/tham-le-stegodon/

https://www.thailandtourismdirectory.go.th/th/info/attraction/detail/itemid/21211