“จริง ๆ แล้ว มันเป็นเรื่องเดียวกัน และโชคดีที่เป็นคุณหมอมาก่อน หมอเป็นอาชีพที่ต้องวินิจฉัยก่อน หาตัวอย่างก่อนว่าคนไข้เป็นอะไร?…ยังไง?…แล้วทำไม?…เช่นเดียวกับการเมืองที่ต้องรู้ประวัติศาสตร์ เรารู้ว่าปัญหาที่เกิดของประชาชนมาจากตรงไหน….ถ้าเราวินิจฉัยผิด วิเคราะห์ผิด เราก็จะแก้ปัญหาผิดๆ มันใช้ความรู้ ศิลปะ ประวัติศาสตร์ เราต้องเอามาผสมผสาน เพื่อที่จะตอบโจทย์ และแก้ไขปัญหา”


พญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา หรือ หมอเพชรดาว ทายาทนักการเมืองดังจ.ปัตตานี นายเด่น โต๊ะมีนา กับ นางพัชราภรณ์ ฤทธิเดช สะท้อนพื้นฐานสำคัญของ “หมอกับนักการเมือง” ที่มีพื้นฐานใกล้เคียงกัน เสมือนเป็นเรื่องเดียวกัน และมาผสมผสานกันมาเป็นตัวตนของตัวเอง ที่มีเป้าหมายร่วมสร้างสันติสุขให้สังคม

“หมอเพชรดาว” เป็นบุคคลที่มากด้วยความรู้หลากสาขาคือ ปริญญาวิทยาศาสตร์บัณฑิต วิทยาศาสตร์การแพทย์ และแพทย์ศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติมาเลเซีย ประกาศนียบัตรโรคผิวหนังจาก St John’s Institute of Dermatology มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ ประกาศนียบัตรชั้นสูงทางจิตวิทยา จากสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และได้รับประกาศนียบัตรสาขาอายุรศาสตร์เขตร้อน และสุขวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล อนุมัติบัตรสาขา เวชศาสตร์ป้องกัน และแขนงสุขภาพจิตชุมชนแพทย์สภาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกาศนียบัตร ผู้นำการเมืองยุคใหม่ รุ่นที่ 6 วิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า พ.ศ.2553 ประกาศนียบัตรชั้นสูงหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 2 สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า พ.ศ.2554 Peace Mediation Course 2013 , Swiss Peace ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

หมอเพชรดาว เคยเป็นแพทย์ฝึกหัดโรงพยาบาลราชวิถี และแพทย์อาสาสมัครโรงพยาบาลเวชสาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เริ่มรับราชการที่กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในตำแหน่ง “นายแพทย์4” กองประสานการปฏิบัติการ บำบัดรักษาผู้ติดยา และสารเสพติด และเป็นนายแพทย์ 5 นักวิชาการสถาบันยาเสพติดธัญญารักษ์ เป็น “รองผู้อำนวยการสำนักงานประสานความร่วมมือระหว่างไทย-อเมริกา” เพื่อวิจัยเกี่ยวกับสารแอมแฟตามีนในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรวดี และเป็น “ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 15” ดูแลพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส ก่อนเปลี่ยนมาเป็น “ศูนย์สุขภาพจิต ที่ 12” ดูแลพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างด้านการเมือง เคยเป็นผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ปี 2545-2549 เลขานุการอนุกรรมการ พิจารณาศึกษาผลกระทบทางด้านสาธารณสุข จากสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ คณะกรรมาธิการ การสาธารณสุข วุฒิสภา รองเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ติดตามและประเมินผลกระบวนการสันติภาพ จังหวัดชายแดนใต้ วุฒิสภา (สิงหาคม 2556-กุมภาพันธ์ 2557) ตัดสินใจลาออกจากข้าราชการ ขณะดำรงตำแหน่ง “ผู้อำนวยการศูนยสุขภาพจิตที่ 12” สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย

“ปี 2547 มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นระหว่างที่รับราชการในกระทรวงสาธารณะสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิตดูแล้วน่าจะยืดเยื้อ ปัญหาสุขภาพจิตคนในพื้นที่น่าจะเพิ่มขึ้น จึงชักชวนให้กลับบ้านมาเปิดสำนักงานโดยเฉพาะ เป็นศูนย์สุขภาพจิตที่ดูแลจิตใจประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัด ตั้งแต่ปลายปี 2547 เป็นต้นมา แต่เมื่อพิจารณาในฐานะข้าราชการตัวเล็ก ๆ เป็นผู้อำนวยการมา 15 ปีทำได้แค่นี้ เราสามารถขยับเข้าไปทำงานการเมืองอาจจะทำงานได้มากกว่านี้ จึงตัดสินใจลาออกราชการ” หมอเพชรดาว กล่าว และว่า

หมอเพชรดาว เผยว่า “ช่วงนั้นพรรคภูมิใจไทย ให้โอกาสเขียนนโยบาย ขณะหาเสียงเป็น “ยุทธศาสตร์ชายแดนใต้” เราอยากจะเปลี่ยนอะไรที่บ้านเราในเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องปากท้อง ขบวนการสันติภาพต่าง ๆ จึงตัดสินใจเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทย เราได้คุยกันเราไม่ได้รู้จักกันมาก่อน เลยเห็นภาพ ตอนลงหาเสียงตามที่ต่างๆได้พูดคุยรู้จักเป็นแบบอย่าง อย่างใด อย่างหนึ่งเป็นผู้หญิงภาคใต้ เราก็ต่อสู้ทำงานกลางเมือง และรับตำแหน่งมาจนถึงปัจจุบัน”

“งานการเมือง ซึ่งเป็นงานระดับนโยบาย จะเห็นในทันทีทันใดนั้นมันยาก เพราะว่าคน ฝ่าย ส.ส. ออกกฎหมายการทำงานผ่านคณะกรรมาธิการ ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ “

โดยกฎหมายที่อยากได้ 5 เดือนที่อยู่ในสภา ไม่ได้ง่ายเหมือนที่เราคิด…จะถกจะเถียงกันมีความท้าทาย…จะบอกว่าต้องใช้เวลา อดทน อดกลั้น ไม่ใช่อย่างที่เราอยากจะได้ ก็เหมือนกับว่าสภาเป็นพื้นที่ที่ให้การถกเถียงดีกว่าไปเถียงกันบนท้องถนน

“สำหรับเราจากหมอมาเป็นนักการเมือง มันไม่ใช่เรื่องใหม่ มันก็แค่อีกบทบาทหนึ่งเราฟังแล้วเราสามารถสะท้อนปัญหาของเขาในสภา ซึ่งคนทั้งประเทศได้”

มีหลายคนบอกว่า ไม่คิดว่ามาเป็นผู้หญิงเป็นสตรีมุสลิม แต่สามารถสะท้อนเรื่องพหุวัฒนธรรมได้ ในช่วงหลังจากที่เราได้อยู่ในสภาแล้วพูดถึงเรื่องสารทเดือนสิบพี่น้องชาวไทยพุทธในพื้นที่ภาคใต้เสียงสะท้อน อันนี้อันแรกแค่เฉพาะคนในพื้นที่ โดยเฉพาะแค่พี่น้องชาวพุทธเขาจะขอบคุณ และคิดว่าไม่คิดว่าเราเป็นผู้หญิงมุสลิมจะมาพูดให้กับพี่น้องชาวไทยพุทธได้ “อาจจะเป็นเพราะว่า เราเกิดในครอบครัวที่มีความหลากหลาย แม่เป็นคนไทยพุทธที่มาเข้าอิสลามแล้วเราจะเข้าใจว่าเวลามีงานของไทยพุทธ มุสลิมเราเข้าไปร่วมงาน เรามีความเคารพนับถือญาติพี่น้องเราที่ต่างศาสนา จึงมีความเข้าใจค่อนข้างดี”

คนมองเราว่า เป็นมุสลิมที่อยู่ในพื้นที่พหุวัฒนธรรม เข้าใจคนต่างศาสนา ต่างวัฒนธรรมได้ค่อนข้างดี เป็นอีกหนึ่งมุมมองที่คนมองเราโดดเด่น “ lifestyle เป็นคนที่ง่าย ๆ มาก เวลาว่าง ๆ ชอบอ่านหนังสือ ชอบดูหนัง มีกลุ่มเพื่อนที่สนิทตั้งแต่อนุบาล เป็นเด็กปัตตานีมาอยู่เป็นเพื่อนแล้วนัดกันไปต่างจังหวัด ไม่กี่คนที่สนิทแค่โทรตาม ก็รู้แล้วเราคิดอะไรเขาคิดอะไร อยากทำอะไร อยากไปไหนไปเที่ยว”