ชาวบ้านกระบี่-สุราษฎร์ธานีบุกยึดสวนปาล์มหมดอายุสัมปทาน จี้รัฐจัดสรรให้คนจน


วันที่ 17 ม.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่แปลงเพาะกล้าปาล์มน้ำมัน ของบริษัท ยูนิวานิช จำกัด มหาชน ติดกับถนนสายเซาท์เทิร์น ขาเข้ากระบี่ ม.8 ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 350 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นสวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทาน เนื้อที่ กว่า 18,000 ไร่ หลังจากที่ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่คืนเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมแจ้งให้ บริษัทฯทำการขนย้ายทรัพย์สิน เครื่องจักร ต้นกล้าปาล์มน้ำมัน รวมกว่า 7 แสนต้น ออกจากพื้นที่ภายในระยะเวลา 45 วัน

 

นายสมใจ นวลนุ่น อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เขต 1 จ.กระบี่ ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มเรียกร้องที่ดินทำกิน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ กล่าวว่า “ที่ผ่านมาตนได้นำชาวบ้านเดินทางมาที่ศาลากลางหลายครั้งแล้ว เพื่อทวงถามความคืบหน้าการจัดสรรที่ดินสวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทาน ให้แก่คนที่ไม่มีที่ดินทำกิน และการขออนุญาตเก็บหาของป่า พื้นที่สวนปาล์มน้ำมัน ของ บริษัท ยูนิวานิช จำกัด ที่หมดอายุสัมปทานมากว่า 6 ปี แต่ก็ยังไม่มีคำตอบจากกรมป่าไม้ ส่วนพื้นที่ทั้งหมด ที่หมดอายุสัมปทานกรมป่าไม้ ต้องยึดคืนมาได้แล้ว”

นายสมใจ กล่าวด้วยว่า “สำหรับแปลงเพาะกล้าปาล์มน้ำมัน ของบริษัทยูนิวานิช จำกัด มหาชน ทางกรมป่าไม้ ได้เข้าทำการตรวจยึดพื้นที่แปลงเพาะต้นกล้า ปาล์มน้ำมัน และอาคารสำนักงาน บ้านพักคนงาน รวมพื้นที่ประมาณ 350 ไร่ ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันที่หมดอายุสัมปทาน เนื้อที่ กว่า 18,000 ไร่ หลังจากที่ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่คืนแล้วเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมแจ้งให้ ขนย้ายทรัพย์สิน เครื่องจักร และต้นกล้าปาล์มน้ำมัน รวมกว่า 7 แสนต้น ออกจากพื้นที่ภายในระยะเวลา 45 วัน”

จนถึงวันนี้ ผ่านมา เกือบ 5 เดือนแล้ว บริษัทฯก็ยังคงเข้าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในการรดน้ำต้นกล้าปาล์มน้ำมัน โดยไม่มีการขนย้ายออก และมีท่าทีว่าจะเพาะกล้าพันธุ์ปาล์มเพิ่มอีก ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่ากฎหมายของกรมป่าไม้ มีการบังคับใช้อย่างไรระหว่างคนจนกับคนรวย ใช้กฎหมายตัวเดียวกันหรือไม่ ซึ่งตนเชื่อว่าหากเป็นของชาวบ้านคงจะถูกจับกุมดำนินคดีไปนานแล้ว และด้วยสาเหตุความไม่เป็นธรรมดังกล่าวนี้ พวกตนจึงต้องรวมตัวกันชุมประท้วงเรียกร้องให้มีการนำที่ดินที่หมดสัญญาสัมปทานทั้งหมด ไม่เฉพาะในพื้นที่ จ.กระบี่ กลับจากนายทุนมาจัดสรรให้คนจน

ซึ่งทุกวันนี้ ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดกระบี่ ก็ยังคงมีชาวบ้านรวมตัวปักหลักชุมนุมรียกร้องที่ดินทำกิน มากว่า 100 วัน และได้ยื่นขออนุญาตชุมนุมออกไปอีก 500 วัน โดยมไม่ยอมกลับบ้าน ถึงแม้ว่าทางจังหวัดกระบี่จะพยายามทำทุกวิถีทางที่จะให้ชาวบ้านเลิกการชุมนุม แม้กระทั้งฟ้องร้องต่อศาลฯแต่ศาลก็ยังเมตตากลุ่มผู้ชุมนุม ให้ชุมนุมได้ตามคำขออีก 500 วัน

สำหรับ บริษัท ยูนิวานิช จำกัด ได้ขออนุญาตกรมป่าไม้เช่าสัมปทานพื้นที่ป่าปลูกปาล์มน้ำมันเนื้อที่ ประมาณ 2 หมื่นไร่ ในพื้นที่ อ.ปลายพระยา เมื่อ พ.ศ.2526 และหมดอายุเช่าสัมปทาน เมื่อปี พ.ศ.2556 บริษัท ยูนิชวานิช จำกัด ไม่ยอมคืนที่ดินให้กรมป่า โดยอ้างว่าอยู่ระหว่างการยื่นขอต่ออนุญาตสัมปทาน และยังอ้างด้วยว่าพื้นที่บางส่วนมีเอกสารสิทธิ์ครอบครองชอบด้วยกฎหมาย จนกระทั้งเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางป่าไม้กระบี่ ได้ตรวจยึดพื้นที่คืน แต่บริษัทฯก็ยังดื้อไม่ยอมออก และยังได้ฟ้องแพ่ง นายสมชาย นุชนานนท์เทพ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ ต่อศาลจังหวัดกระบี่ ข้อหาริดรอนสิทธิ์

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่ชาวบ้านเขตรอยต่อ จ.กระบี่ และ จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 200 คน ได้รวมตัวกันบุกยึดสวนปาล์มหมดสัญญาสัมปทานของบริษัทแสงสวรรค์ปาล์มน้ำมันและอุตสาหกรรม จำกัด ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากหมดอายุสัมปทาน ปี 57 เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวนำที่ดินจัดสรรให้กับคนที่ไม่มีที่ดินทำกินโดยเร็วด้วยเช่นกัน