เปิดสำนวนไต่สวน “นายกไพร”

นับตั้งแต่ศาลอาญาคดีทุจริตและพฤติมิชอบ ภาค 9 ถูกจัดตั้งขึ้น ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2559 ศาลอาญาคดีทุจริตและพฤติมิชอบ ได้เข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางการเมืองเป็นอย่างยิ่ง ด้วยการกำหนดชะตากรรมของนักการเมืองที่เกี่ยวกับทุจริต โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับ ดร.ไพร พัฒโน อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 9 รับพิจารณาเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563


เริ่มจากคดีที่คณะกรรมการ ปปช. ยื่นฟ้องดร.ไพร พัฒโน ต่อสำนักงานอัยการคดีทุจริต ภาค 9 กรณีดำเนินโครงการจัดหาทุนซื้อทองคำปิดองค์พระประจำเมืองหาดใหญ่ ‘พระพุทธมงคลมหาราช’ ของ เทศบาลนครหาดใหญ่ เมื่อปี 2547 ปี 2560 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งไต่สวนข้อเท็จจริง ดร.ไพร พัฒโน พร้อมกับสมาชิกสภาฯ(สท.) 24 คน ว่ากระทำความผิด ฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในการดำเนินโครงการดังกล่าว รวมถึง นายสมพร ใช้บางยาง ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาในสมัยนั้น ต่อมาประมาณ พ.ศ. 2561 ปปช.ชี้มูลความผิดก่อน ที่จะส่งให้สำนักงานอัยการคดีทุจริต ภาค 9 จนกระทั้งศาลรับพิจารณาในวันที่ 15 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ส่วน นายสมพร ใช้บางยาง และสท. 24 คน ปปช.ยกคำร้องหลังจากเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการปปช. ว่าการผ่านงบประมาณเป็นกลไกของสภาฯ ซึ่งไม่มีอำนาจ และเกี่ยวข้องในการใช้และเบิกจ่ายเงิน ซึ่งต่างจาก ดร.ไพร ที่มีอำนาจโดยตรง

 

ภาพประกอบ

ซึ่งหากไปดูสำนวนการไต่สวนคดีนี้ ของ ป.ป.ช. พบว่า มีการระบุปัญหาสำคัญในการดำเนินงานโครงการไว้ 2 ประเด็นหลัก คือ

1.การดำเนินงานโครงการอยู่นอกเหนืออำนาจของเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยป.ป.ช.ระบุว่า การดำเนินงานโครงการนี้ มิใช่เป็นกิจการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเทศบาลนครหาดใหญ่ที่จะขออนุมัติจ่ายเงินสะสมได้ นอกจากนี้ สภาเทศบาลนครหาดใหญ่ ก็ไม่มีอำนาจที่จะพิจารณาอนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมจำนวนดังกล่าว เพราะโครงการนี้เป็นเพียงการหาทุนเพื่อใช้ในการบูรณะซ่อมแซมพระพุทธมงคลมหาราชซึ่งเป็นเรื่องของการหารายได้ มาใช้จ่ายในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะมิได้มีลักษณะและวัตถุประสงค์เป็นการบริการสาธารณะแก่ประชาชนในท้องถิ่นอันเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวแต่อย่างใด

2. การใช้จ่ายเงินถูกตรวจสอบพบว่าไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ กล่าวคือ เงินรายได้จากการให้เช่าวัตถุมงคลในครั้งนี้ไม่ได้นำไปบูรณะซ่อมแซมและปิดทององค์พระประจำเมืองหาดใหญ่ “พระพุทธมงคลมหาราช” ตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่สภาเทศบาลนครหาดใหญ่อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมแต่อย่างใด โดยภายหลังจากที่การใช้จ่ายเงินในโครงการได้รับอนุมัติให้ยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้มีการเสนอขออนุมัติเบิกจ่ายเงินจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนมูลนิธิสิรินธรจัดทำวัตถุมงคลหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดรุ่นมงคลมหาลาภ โดยสั่งจ่ายเงินเป็นเช็คธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาหาดใหญ่ ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 ซึ่งมูลนิธิสิรินธรได้รับเงินจำนวนดังกล่าวปรากฏตามในใบอนุโมทนาบัตรตามเลขที่ 639 เลขที่ 31922 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 ชี้ให็เห็นว่า เงินรายได้จากการให้เช่าวัตถุมงคลในครั้งนี้ไม่ได้นำไปบูรณะซ่อมแซมและปิดทององค์พระประจำเมืองหาดใหญ่ “พระพุทธมงคลมหาราช” ตามวัตถุประสงค์ของโครงการที่สภาเทศบาลนครหาดใหญ่อนุมัติให้จ่ายขาดเงินสะสมแต่อย่างใด ซึ่งหากนับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการเมื่อ พ.ศ. 2547 และมีกระบวนการตรวจสอบจากคณะกรรมการปปช.จนกระทั้งยื่นคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตภาค 9 เป็นเวลา 17 ปี