“ประธานฟุก พิชัย จงไพรัตน์” เผยปี 2563 สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยภาคใต้ มุ่งขับเคลื่อน SMEs อย่างมืออาชีพ ภายใต้ 3 หลักคิด มองหาโอกาส-เครื่องมือใหม่ พร้อมเชื่อมโยงภาครัฐ การศึกษา

นายพิชัย จงไพรัตน์ ประธานสมาพันธ์เอส เอ็มอีไทยจังหวัดสงขลา และภาคใต้ เผยว่า แนวทางขับเคลื่อนสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยภาคใต้ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยภาคใต้ ได้นำประสบการณ์การเรียนรู้มาปรับใช้ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาขับเคลื่อนสมาพันธ์ฯ ในปี 2563 ให้มีความชัดเจนเกิดความเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ที่สำคัญคือ การลงมือทำ ซึ่งทางสมาพันธ์ฯ มุ่งขับเคลื่อนผู้ประกอบการ SMEs จิตอาสาที่ทำงานอย่างมืออาชีพ ภายใต้แนวทางการขับเคลื่อน 3 หัวข้อหลักคือ 1. การหาโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการ 2. การสร้างเครื่องมือใหม่ และ 3. การเชื่อมโยงภาครัฐและภาคการศึกษามากขึ้น

ในหัวข้อ 1. การหาโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการ เป็นการหาโอกาสภายใต้ 2 โครงการคือ โครงการสภาการค้าสากลภาคใต้ เน้นการสร้างพันธมิตร เพื่อให้ภาคใต้เป็นดินแดนด้ามขวานทองที่เต็มไปด้วยโอกาส ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการ SMEs ภาคใต้ อยู่ในระบบนิเวศน์ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกวัน ทุกเวลา โดยไม่จำเป็นที่จะต้องเฝ้ารอการช่วยเหลือจากทางภาครัฐที่เข้ามาเป็นครั้งคราว
และ โครงการ 7 วันมหัศจรรย์ภาคใต้ เป็นการแสวงโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน แต่ที่เราเห็นคือ การเปลี่ยนแปลงการท่องเที่ยวที่มีความนิยม หรือการท่องเที่ยวชุมชน และมีการใช้แฟลตฟอร์มออนไลน์ใน
การบริหารการท่องเที่ยวด้วยตนเอง ซึ่งสมาพันธ์ฯ ได้เห็นโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เข้ามาขับเคลื่อนโครงการ 7 วันมหัศจรรย์ภาคใต้ เพื่อนำรายได้จากการท่องเที่ยวให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ หมุนเวียนในทุกจังหวัดภาคใต้

2. การสร้างเครื่องมือใหม่ สมาพันธ์ฯ สร้างขึ้นมา 2 เครื่องมือ 1. Big Map หรือแผนที่ขนาดใหญ่ สามารถทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร รวมถึงเส้นทางการสนับสนุนต่างๆ จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยมี 2 รูปแบบคือ แผนที่การเงิน และแผนที่วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสแรก ปี 2563 และเครื่องมือที่ 2 คือ Line OA เป็นช่องทางการสื่อสารกับผู้ประกอบการ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาดูข้อมูลข่าวสารได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สมาพันธ์ฯ ได้สร้างเอาไว้ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ ซึ่งเราได้ต่อยอดจากเทคโนโลยีที่เข้าถึงผู้ประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
และ

3. การเชื่อมโยงภาครัฐและภาคการศึกษา โดยการเชื่อมโยงภาครัฐ ทางสมาพันธ์ฯ จะร่วมดำเนินกิจกรรมพัฒนาผู้ประกอบการ ซึ่งจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการออกแบบกิจกรรมที่จะมาพัฒนาผู้ประกอบการ และร่วมในการเชื่อมโยงการบริหารโครงการ เพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ประกอบการ SMEs มากที่สุด ส่วนการเชื่อมโยงภาคการศึกษาทางสมาพันธ์ฯ เน้นให้นักศึกษาได้เข้ามาฝึกงานกับผู้ประกอบการ SMEs ในรูปแบบสหกิจศึกษา หรือรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาได้เข้าใจ และเตรียมความพร้อมเพื่อที่จะเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งการขับเคลื่อนในปี 2563 ครั้งนี้ ทางสมาพันธ์ฯ คาดหวังว่าจะมีกรรมการสมาพันธ์ฯ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SME จิตอาสาที่เพิ่มมากขึ้น และนักศึกษาที่อยากเข้ามาฝึกงานกับสมาพันธ์ฯ เพื่อเข้ามาเรียนรู้ รับทราบข้อมูลข่าวสารจากประสบการณ์ที่สมาพันธ์ฯ ดำเนินการ รวมถึงสรรหาพนักงานประจำ หรือฟรีแลนซ์ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการที่สมาพันธ์ฯ ได้ดำเนินการ
ไว้ เพื่อให้ขับเคลื่อนได้อย่างเป็นจริง และทันต่อความเปลี่ยนแปลง และตอบรับความต้องการผู้ประกอบการ