สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย-สมาคมรักษ์ทะเลไทย จัดสมัชชาชาวประมงพื้นบ้านทั่วประเทศ ถก 2 ประเด็น หนุนประมงพื้นบ้าน-ท่าเรือปากบารา หวั่นกระทบทรัพยากรสัตว์น้ำ

นายวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี รักษาการผู้จัดการสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย เผยว่า สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย และสมาคมรักษ์ทะเลไทย เตรียมจัดประชุมสมัชชาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย ประจำปี 2562 ครั้งที่ 7 “ถ้าเรารักษาทะเล ทะเลก็จะรักษาเรา” ระหว่างวันที่ 27-28 มกราคม 2563 ณ หาดราไว ต.ขอนคลาน อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล โดยมีเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน องค์กรอิสระด้านประมง วิทยากร และคณะผู้จัดเข้าร่วมกว่า 500 คน

การประมงขนาดเล็ก หรือการประมงพื้นบ้านเป็นอาชีพของประชาชนจำนวนมาก เป็นส่วนสำคัญในภาคประมงตลอดสายการผลิตทั้งก่อนการจับ ระหว่างการจับ และหลังการจับ ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ผลผลิตจากการประมงขนาดเล็กมีบทบาทสำคัญในด้านความมั่นคงของอาหารและโภชนาการ เป็นหน่วยผลิตอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการแก่ตลาด ทั้งระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ นำมาซึ่งรายได้ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นและประเทศชาติ สถานการณ์ปัจจุบันของการประมงไทย ตั้งแต่การ
ได้รับใบเหลืองจากสหภาพยุโรป ประเทศไทยประกาศใช้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และมีมาตรการแก้ไขปัญหา IUU โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้กำกับดูแลการทำประมงให้อยู่ในสภาวะสมดุล สร้างความยั่งยืนให้แก่ทรัพยากร สัตว์น้ำ ตรวจสอบย้อนกลับได้ และเกิดความมั่นคงแก่ชาวประมงและผู้ใช้ประโยชน์อื่นๆ“กระบวนการดังกล่าวได้ส่งผลดีต่อทรัพยากรในภาพรวม” นายวิโชคศักดิ์ กล่าว และว่า

ยังมีนโยบาย ข้อกำหนดบางประเด็น ที่สร้างข้อจำกัดต่อวิถีประมงพื้นบ้าน หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อการประมงที่ยั่งยืน เกิดความขัดแย้ง และไม่เป็นธรรมต่อการทำมาหากินของชาวประมงพื้นบ้านอยู่ชาวประมงพื้นบ้านในประเทศไทยเริ่มรวมตัวกัน
เป็นกลุ่มเป็นเครือข่ายมาตั้งแต่ปี 2536 ปัจจุบันรวมกันเป็น “สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย” ร่วมกันทำงานอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรการประมงชายฝั่งมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตชุมชนประมงพื้นบ้าน ปัญหาผลกระทบจากการทำลายทรัพยากรต่อชาวประมงรายย่อย และทำงานประสานความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง

คณะกรรมการการประมง (COFI) องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีตัวแทนรัฐบาลไทยเป็นกรรมการ ได้บรรลุข้อตกลงว่าด้วยแนวทางการทำงานสนับสนุนการประมงขนาดเล็ก เพื่อความมั่นคงทางอาหารและสิทธิมนุษยชน (แบบสมัครใจ) และประเทศไทยร่วมลงนามสนับสนุนแล้ว มาตั้งแต่ปี 2557 แต่ยังไม่มีการนำแนวทางดังกล่าวมาใช้อย่างเป็นระบบมากนัก เพื่อเป็นการประเมินสถานภาพโดยรวมเกี่ยวกับ “ความมั่นคงทางอาหารและชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านและทรัพยากรประมงในประเทศไทย” รวมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน ประเมินผลกระทบในแง่บวก แง่ลบ และแนวทางการปรับตัวของชุมชนประมงพื้นบ้านในท่ามกลางสถานการณ์นโยบายและกฎหมายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น โดยชาวประมงพื้นบ้านและภาคีเกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการในการทำงาน และแก้ไขปัญหาร่วมกันในอนาคต ตลอดจนมีข้อเสนอต่อภาคส่วนอื่นๆ

อีกทั้ง จะได้ประชุมพบปะสมาชิกสมาคมฯ ประจำปี จึงจัดประชุมสมัชชาชาวประมงพื้นบ้านประเทศไทย ประจำปี 2562 ขึ้น เพื่อให้ชาวประมงพื้นบ้านในประเทศไทย ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ และสถานการณ์ ปัญหาของชาวประมงพื้นบ้านไทยแต่ละภาค รวมถึงร่วมกันประเมินสถานการณ์ “ความมั่นคงทางอาหาร คุณภาพชีวิตของชาวประมงพื้นบ้าน และ ทรัพยากรประมงในประเทศไทย” โดยใช้ข้อตกลงระหว่างประเทศ (FAO) ว่าด้วยแนวทางการทำงานสนับสนุนการประมงขนาดเล็ก เพื่อความมั่นคงทางอาหารและสิทธิมนุษยชนแบบสมัครใจ ที่ประเทศไทยร่วมลงนามสนับสนุน เป็นฐานในการวิเคราะห์ และร่วมกันกำหนดแนวทางประสานงานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ และข้อเสนอที่สามารถผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนทางทรัพยากรและอาชีพประมงพื้นบ้าน และเพื่อบรรลุการประชุมประจำปีของสมาชิกสมาคมฯ เกิดแนวทางการทำงานใหม่ๆ รวบถึงขยายผลสู่เครือข่ายใหม่