เทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คว้า “รางวัลคุณธรรมและจริยธรรม ดีเด่น สูงสุดของประเทศ”

นายอมร วงศ์วรรณ ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีหาดใหญ่ กล่าวว่า เทศบาลนครหาดใหญ่รู้สึกภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ได้รับรางวัลในการประเมินคุณธรรมและจริยธรรม สูงสุดของประเทศ ได้คะแนน 94.74 ซึ่งรางวัลในครั้งนี้เกิดจากความตั้งใจของพนักงานและพี่น้องในพื้นที่ทุกภาคส่วน สิ่งสำคัญ คือ เทศบาลนครหาดใหญ่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องได้รับรางวัลที่ 1 ให้ได้ จึงนำบทเรียนและข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่ผ่านมา ปรับปรุงแก้ไข พัฒนาจนได้รับรางวัลในที่สุด

อีกทั้ง เทศบาลนครหาดใหญ่ได้ให้ประชาชนรับรู้ถึงการใช้เงินว่ามีความคุ้มค่า มีประโยชน์และความโปร่งใสอย่างไร การทำงานของเทศบาลทุกภาคส่วนมีการตรวจสอบตลอดเวลา โดยทางเทศบาลต้องเปิดช่องทางให้ผู้อื่นได้เข้าใจในการทำงานขององค์กรว่าต้องใช้กฏระเบียบในการทำงานอย่างไร ซึ่งการใช้งบประมาณในโครงการ เราใช้งบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก การใช้เงินทุกบาททุกสตางค์มีความหมายต่อองค์กร เพราะฉะนั้นต้องใช้เงินให้ถูกระเบียบถูกวิธี รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้ให้ร่วมมือมาตลอด ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ขอขอบคุณทุกฝ่าย โดยเฉพาะเทศบาลทุกภาคส่วน และผู้สื่อข่าวต่าง ๆ ที่ให้ความร่วมมือเป็นกระบอกเสียง และตรวจสอบการทำงานของเทศบาลนครหาดใหญ่ในครั้งนี้ จนได้รับรางวัลที่ภาคภูมิใจสูงสุด

นอกจากนี้ การปลูกฝังเด็กและเยาวชนเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องให้คำแนะนำ โดยเฉพาะเรื่องของจิตสำนึก “โตไปไม่โกง” ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้คิดหลักสูตรนี้ขึ้น ต่างให้ความสนในโครงการนี้ และมีโรงเรียนต่าง ๆ ได้นำหลักสูตรนี้มาใช้ หนึ่งในนั้น คือ โรงเรียนเทศบาล 2 ถือเป็นโรงเรียนต้นแบบที่ทำผลงานด้านโตไปไม่โกงดีเด่น การจัดกิจกรรมจะเน้นคุณธรรมและจริยธรรม วิธีการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม ความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่นเพื่อการดำรงชีวิตในอนาคตข้างหน้า

ปัจจุบันอาจมีสภาพสังคมที่ถูกมองว่าบางทีการทุจริตมีมากมาย ซึ่งจำเป็นต้องสร้างความโปร่งใสให้กับตัวเอง และองค์กรปกครองท้องถิ่นหลายแห่ง โดยเฉพาะเทศบาลนครหาดใหญ่ มีความซื่อสัตย์และมีความโปร่งใสในการทำงาน และเจตนาในการใช้เงินถูกต้องตามกฏระเบียบให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน อยากให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ไม่ว่าผู้บริหาร พนักงานให้ความภาคภูมิใจในการที่เราเป็นองค์กรที่มีความโปร่งใสในด้านคุณธรรมและจริยธรรม

ข้อมูลข่าวและที่มา : สุธิดา พฤกษ์อุดม/ วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต/ สวท.สงขลา