“ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” ฉบับใหม่ เริ่มใช้ ส.ค. 63 เทศบาลฯ เร่งสำรวจที่ดิน บางแห่งแปลงที่รกร้างทำการเกษตร “ดร.หมิง” แนะปลูกไผ่พืชเศรษฐกิจ ชี้ควรทำเกษตรจริงจัง ไม่ใช่เพื่อเลี่ยงภาษี

กระทรวงมหาดไทย ประกาศเลื่อนบังคับใช้ พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 เดิมมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2563 และกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้องชำระภาษีภายในเดือนเมษายน 63 แต่หนังสือดังกล่าวแจ้งให้เลื่อนกรอบเวลาชำระภาษีออกไปเป็นภายในเดือนสิงหาคม 2563 เนื่องจากการจัดทำกฎหมายลำดับรอง (กฎหมายลูก) อีก 8 ฉบับ ยังไม่แล้วเสร็จ

อัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่

1. ที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย ราคาประเมิน 0-50 ล้านบาท เสียภาษี 0.02% ต่อปี หรือล้านละ 200 บาท, ราคาประเมิน 50-75 ล้านบาท เสียภาษี 0.03% ต่อปี หรือ ล้านละ 200 บาท, ราคาประเมิน 75-100 ล้านบาท เสียภาษี 0.05% ต่อปี หรือล้านละ 500 บาท, ราคาประเมิน 100 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 0.1% ต่อปี หรือล้านละ 1,000 บาท ทั้งนี้ หากเป็นบ้านหลักและเป็นทั้งเจ้าของบ้านและที่ดิน จะยกเว้นภาษี 50 ล้านบาทแรก แต่ถ้าเป็นบ้านหลักแต่เป็นเจ้าของเฉพาะตัวบ้านอย่างเดียวจะได้รับยกเว้นภาษี 10 ล้านบาทแรก

2. ที่ดินรกร้างว่างเปล่า เริ่มเสียภาษี 0.3% ของราคาประเมิน หรือล้านละ 3,000 บาทต่อปีของราคาประเมิน โดยจะเพิ่มอัตราจัดเก็บ 0.3% ทุก 3 ปี เพดานการจัดเก็บไม่เกิน 3% ส่วนราคาประเมินบ้านและที่ดิน 1 ล้านบาท หากปล่อยร้าง 30 ปี จะเสียภาษีอย่างต่ำ 495,000 บาท

3. ที่ดินเพื่อการพาณิชย์ ราคาประเมิน 0-50 ล้านบาท เสียภาษี 0.3% ต่อปี หรือล้านละ 3,000 บาท, ราคาประเมิน 50-200 ล้านบาท เสียภาษี 0.4% ต่อปี หรือ ล้านละ 4,000 บาท, ราคาประเมิน 200-1,000 ล้านบาท เสียภาษี 0.5% ต่อปีหรือ ล้านละ 5,000 บาท, ราคาประเมิน 1,000-5,000 ล้านบาท เสียภาษี 0.6% ต่อปี หรือล้านละ 6,000 บาท ส่วนราคาประเมิน 5,000 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 0.7% ต่อปี หรือล้านละ 7,000 บาท ซึ่งในจำนวนนี้ราคาประเมิน 1 ล้านบาท ระยะเวลา 30 ปี จะเสียภาษีรวม 90,000 บาท

4. เกษตรกรรม ราคาประเมิน 0-75 ล้านบาท เสียภาษี 0.01% ต่อปี หรือล้านละ 100 บาท, ราคาประเมิน 75-100 ล้านบาท เสียภาษี 0.03% ต่อปี หรือล้านละ 300 บาท, ราคาประเมิน 100-500 ล้านบาท เสียภาษี 0.05% ต่อปี หรือล้านละ 500 บาท, ราคาประเมิน 500-1,000 ล้านบาท เสียภาษี 0.07% ต่อปี หรือล้านละ 700 บาท ส่วนราคาประเมิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 0.1% ต่อปี หรือล้านละ 1,000 บาท หากเป็นบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้น อปท.ละไม่เกิน 50 ล้านบาท

นายอมร วงศ์วรรณ ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ กล่าวว่า การดำเนินการเกี่ยวกับสำรวจที่ดิน สิ่งปลูกสร้างในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการสำรวจตามขั้นตอน พร้อมทั้งแจ้งไปยังเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่ละรายให้รับทราบ และตรวจสอบความถูกต้องของประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน หากประชาชนตรวจสอบแล้วไม่ถูกต้องตามความจริง ทางเทศบาลฯ จะมีการแก้ไขและตรวจสอบอีกครั้ง

นายสมบูรณ์ ปัญญาธนกร นายกเทศมนตรีเมืองควนลัง กล่าวว่า เทศบาลเมืองควนลัง มีพื้นที่ประมาณ 66.76 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 41,725 ไร่ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการสำรวจในพื้นที่ มีความคืบหน้าพอสมควร แต่ด้วยพื้นที่ที่กว้าง และพื้นที่มีความหลากหลาย รวมถึงการตรวจสอบประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดิน ค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร ด้วยระยะเวลาที่จำกัด อย่างไรก็ตาม เทศบาลเมืองควนลัง จะเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ ในส่วนผู้ครอบครองที่ดินรกร้าง ที่ดินเชิงพาณิชย์ หรือปรับที่ดินจากรกร้างเป็นที่ดินเพื่อการเกษตร เพื่อลดอัตราภาษี ก็จะตรวจสอบให้เป็นไปตามกระบวนการตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นายศุภชัย รุจิเรืองโรจน์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัด​สงขลา กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้รับผลกระทบในทางตรง ส่วนทางอ้อมกระทบที่ถือครองที่ดินในมือปล่อยรกร้างว่างเปล่า หรือรอปล่อยเก็งกำไร ทำให้มีผลต่อการตัดสินใจขาย เนื่องจากถือที่ดินไว้ก็ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นทุกปีอีกเรื่องที่ส่งผลกระทบ ในด้านการขายอสังหา
ริมทรัพย์ต้องจบโครงการภายใน 3 ปี เพื่อให้สอดรับนโยบายของรัฐบาลที่ยกเว้นภาษีบ้าน หลังจากได้รับใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งหลังจาก 3 ปี บ้านก็จะค้างในสต็อคและต้องจ่ายภาษีตามที่กำหนด ซึ่งเป้นต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ก็เป็นอัตราที่ไม่สูงเกินไป สำหรับผู้ที่วางแผนไว้ล่วงหน้าสำหรับเจ้าของที่ดินปรับพื้นที่รกร้างให้เป็นพื้นที่ทางเกษตร ปลูกต้นไม้ต่าง ๆ ซึ่งต้องใช้ต้นทุนจำนวนหนึ่งและต้องเข้ามาบริหารจัดการพื้นที่ หากเปรียบเทียบกับทุนที่ต้องเสียภาษี ส่วนไหนจะคุ้มกว่ากัน เพราะมีการประเมินที่ดินในทุกปี

ดร.ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล หรือ “ดร.หมิง” รองประธานบริษัท สงขลาพัฒนาเมือง จำกัด กล่าวว่า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่จะใช้ในสิงหาคม 2563 ส่งผลกระทบกับผู้มีที่ดินรกร้างมากที่สุด กระทบทุกส่วนในประเทศไทยที่เป็นที่ดินไม่ได้ใช้ประโยชน์ ในส่วนที่ดินทำการเกษตร บุคคลธรรมดาไม่กระทบ เพราะได้รับการยกเว้น แทบจะไม่กระทบเพราะได้รับการยกเว้น

ดังนั้น ภาษีนี้กระทบคนที่มีที่ดินรกร้างและไม่ได้รับการพัฒนา หรือผู้ได้รับมรดกที่ดิน แต่ไม่มีเงินพัฒนาจึงไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงที่ดินน้ำท่วม น้ำขัง ติดทะเล ปัญหาภัยธรรมชาติต่าง ๆ ส่งผลให้ทำเกษตรได้ยาก ซึ่งต้องจ่ายภาษีใหม่ ไม่มีการยกเว้น
สำหรับการยกเว้นจะต้องจ่ายภาษีไปก่อนในรอบนี้ จากนั้นทำเรื่องอุทธรณ์ไปยังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ข้าราชการระดับจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ออกประกาศว่าพื้นที่ไหน ที่ดินรายไหนบ้างที่ได้รับการลดหย่อน ตามระเบียบกระทรวง
รัฐบาลอนุมัติกฎหมายฉบับนี้ เป้าหมายเพื่อต้องการให้มีการใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ปล่อยรกร้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทำการเกษตร ที่อยู่อาศัย การพาณิชย์ ที่ดินรกร้างมีทางเดียว คือ ต้องนำมาทำประโยชน์ โดยมีหลักเกณฑ์การปลูกพืชขั้นต่ำด้วยส่วนตัวตนได้มีการทำเกษตร นั่นคือ ปลูกไผ่ 150 กว่าไร่ แต่ละพื้นที่ในอ.หาดใหญ่ เนื่องจากจังหวัดชายแดนใต้มีความต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องรวมถึงสนับสนุนศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.) ในการพัฒนาอุตสาหกรรม ส่งเสริม
สร้างนวัตกรรม เพิ่มมูลค่า สร้างเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นใน 5 จังหวัด ด้วยการใช้ไผ่เป็นพืชเศรษฐกิจแทนยางพารา ไผ่ สามารถนำมาต่อยอดนวัตกรรมได้มากมาย อาทิ การทำโครงสร้าง เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และพลังงาน ซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการทำที่ดินรกร้าง

โดยตนกำลังทำวิจัยร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และพูดคุยกับศอ.บต. รวมถึงเครือข่ายไผ่ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการปลูกไผ่อย่างจริงจัง และสร้างเป็นอุตสาหกรรมของประเทศไทย จุดศูนย์กลางไผ่ของอาเซียน ตามเป้า
ประสงค์ของ เลขาธิการ ศอ.บต.

“ผมอยากแนะนำผู้ประกอบการว่า ไผ่ เป็นพืชที่ทนแล้ง น้ำท่วมขัง และดูแลรักษาน้อย แต่สิ่งที่ต้องพิจรณาคือ พันธ์ุที่จะใช้นำมาปลูก เพื่อให้เกิดรายได้”

“คนที่ปรับพื้นที่รกร้าง ควรทำการเกษตรอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปลูกเพื่อเลี่ยงภาษี อยากให้มองธุรกิจเกษตรเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่จะพลิกฟื้น 5 จังหวัด ศึกษาพืชที่จะปลูก ส่วนพื้นที่ในเมืองที่มีศักยภาพ ควรลงทุนให้เกิดการพัฒนาแทนที่จะทำการเ่กษตร” ดร.หมิง กล่าว

ทั้งนี้ จากการสำรวจพื้นที่ว่างเปล่าในอำเภอหาดใหญ่พบว่า ที่ดินว่างเปล่าบางแห่ง ได้ปรับพื้นที่เป็นที่ดินการเกษตร อาทิ ปลูกกล้วย มะม่วง มะนาว