รองผู้ว่าฯ สงขลา ลงพื้นที่แก้ปัญหาภัยแล้งอ.กระแสสินธุ์ เกษตรกรเดือดร้อน ส่งผลเสียต่อนาข้าว 


เกษตรกรในอ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา กำลังเดือดร้อนหนักเนื่องจากขาดน้ำเลี้ยงต้นกล้าในนาข้าว พื้นนาแตกระแหง น้ำในทะเลสาบสงขลา โดยเฉพาะหน้าโรงสูบน้ำชลประทานระโนดซึ่งโซนนี้จะเป็นโซนน้ำจืดความเค็มไม่เกิน 1.5 กรัม/ลิตร สูบน้ำจากทะเลสาบสงขลาส่งให้เกษตรกรชาวนาข้าวและเกษตรกรที่ปลูกพืชผักสองฝั่งชลประทาน ตอนนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นคือความเค็มหน้าโรงสูบน้ำชลประทานระโนด ความเค็มสูง 2.70 กรัม/ลิตรไม่สามารถสูบนำขึ้นมาใช้ได้ จึงต้องหยุดสูบน้ำส่งให้เกษตรกรชาวนาข้าวและเกษตรกรที่ปลูกพืชผักสองฝั่งชลประทาน ส่งผลให้คลองสาขาต่าง ๆ ที่สูบน้ำจากคลองชลประทานน้ำแห้งขอด เกษตรกรและชาวนาจึงได้รับความเดือนร้อน


ล่าสุดวันที่ 7 มกราคม 2563 เวลา 15.00 น ที่ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรปลูกข้าว ในพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ หลังประสบปัญหาน้ำในนาข้าวมีค่าความเค็มสูงโดยมี นายครรชิต กปิลกาญจน์ นายอำเภอกระแสสินธุ์ นายวิชัย ศรีสมโภชน์ เกษตรจังหวัดสงขลา นายปัญญา แก้วทอง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเชิงแส และเกษตรกรปลูกนาข้าวในพื้นที่เข้าร่วมประชุม


สำหรับในพื้นที่ตำบลเชิงแส อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ได้รวมตัวกันเป็นศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเชิงแส มีกิจกรรมผลิตเมล็ดพันธุ์ ผลิตข้าวสาร เพื่อใช้บริโภคในกลุ่มและจำหน่ายแก่บุคคลทั่วไป เพื่อเป็นช่องทางเพิ่มมูลค่าในอาชีพการทำนาปลูกข้าว ต่อมา กลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเชิงแส ได้ยกระดับจากศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเชิง มาเป็นแปลงใหญ่นาข้าวบ้านเชิงแส ปัจจุบันมีสมาชิก 58 ราย มีพื้นที่กว่า 600 ไร่ โดยพันธุ์ข้าวที่เพาะปลูก ได้แก่ ข้าวดอกมะลิ 105 ข้าว กข.43 ข้าวปทุมธานี 1 ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งจะจำหน่ายให้กับสมาชิกและบุคคลทั่วไป ภายใต้แบรนด์สินค้า “ข้าวหอมกระแสสินธุ์” และจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ภายใต้แบรนด์ “กระแสสินธุ์พันธุ์ข้าว”


ขณะที่ข้าวหอมมะลิของอำเภอกระแสสินธุ์ มีผลผลิตประมาณ 200-300 ตันต่อปี และยังได้รับรางวัลเป็นอันดับ 2 ของประเทศ เนื่องจากเป็นข้าวที่มีคุณภาพ มีความหอม ความนุ่มและได้รับการรับรองตามมาตรฐานสินค้าเกษตร เป็นสินค้าที่ผ่านกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ทำให้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก

แต่ปัจจุบันพบว่าแปลงนาข้าวของเกษตรกรประสบปัญหาภัยแล้งมากกว่าทุกปี และน้ำทะเลมีค่าความเค็มสูงเร็วกว่าปกติ ทำให้เกษตรกรไม่สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำในทะเลสาบในการเติมน้ำให้กับนาข้าวได้ ทำให้ขณะนี้ข้าวที่กำลังตั้งท้องส่งผลให้ต้นข้าวขาดน้ำ เมล็ดข้าวลีบเสียหายและได้ผลผลิตน้อย


ด้าน นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า “ที่ผ่านมาอำเภอกระแสสินธุ์ไม่เคยประสบปัญหาภัยแล้ง ประกอบกับน้ำในทะเลสาบในปีนี้มีค่าความเค็มสูงเร็วกว่าปกติ ในส่วนของคลองน้ำสำรองที่คู่ขนานไปกับคลองชลประทานบางช่วงน้ำก็แห้งขอดเช่นเดียวกัน เนื่องจากเกษตรกรจะสูบน้ำเข้านาไปใช้จนหมดจึงไม่สามารถดึงน้ำมาใช้ในภาคการเกษตรได้ ทำให้ปีนี้เป็นปีแรกที่พี่น้องเกษตรกรประสบปัญหาดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้นได้ร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดหาแหล่งน้ำต้นทุน เพื่อสูบน้ำเข้านาให้น้ำจืดเข้ามาหล่อเลี้ยงข้าวที่กำลังตั้งท้อง แต่ในพื้นที่อำเภอกระแสสินธุ์ยังไม่มีแหล่งน้ำต้นทุน เพราะฉะนั้นจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหาแนวทางแก้ไขต่อไป”


อีกทั้ง ยังมีความเห็นร่วมกันอีกว่าจะนำเสนอโครงการสร้างแหล่งน้ำต้นทุนเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัด เพื่อใช้สำหรับกักเก็บน้ำ การใช้อุปโภคบริโภคและใช้ในการเกษตรของพี่น้องประชาชน ไว้ใช้ในยามที่ฝนแล้งทิ้งช่วงอีกด้วย

สงขลา/ภาพ/ข่าว/มาหาหมัด มะลาเฮง