EEC (Eastern Economic Corridor) หรือ“โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” เป็นแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ “ไทยแลนด์ 4.0” โดยการพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อต่อยอดความสำเร็จมาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ Eastern Seaboard ซึ่งดำเนินการมาตลอดกว่า 30 ปีที่ผ่านมา

ในครั้งนี้ “สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” มีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และทำให้ เศรษฐกิจเติบโตได้ในระยะยาว

โดยระยะแรกจะเป็นการยกระดับพื้นที่ในเขต 3 จังหวัดคือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งทั้ง 3 จังหวัดดังกล่าว เดิมเป็นกลุ่มเขตอุตสาหกรรมสำคัญอันดับต้น ๆ ของประเทศอยู่แล้ว อุดมไปด้วยโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ สนามบิน รวมถึงท่าเรือที่มีตู้สินค้าผ่านมากที่สุดเป็นอันดับที่ 22 ของโลก EEC จึงเล็งพัฒนาต่อยอดจากพื้นที่ที่มีความพร้อมสูงสุดให้เป็นพื้นที่นำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

“EEC มีเป้าหมายที่จะยกระดับธุรกิจในประเทศไทย ให้กลายเป็นเขตเศรษฐกิจการค้า การลงทุน ศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ระดับโลก”

ประโยชน์ของ EEC
1. ด้านภูมิภาค EEC ตั้งอยู่ในระเบียงเศรษฐกิจภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและเส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 โดยทางบกเชื่อมต่อกับกัมพูชา ลาว และเวียดนาม ด้านทางทะเลเชื่อมกับมหาสมุทรอินเดีย และด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่เชื่อมระหว่างภูมิภาคเอเชีย

2. โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ ไทยมีทางเชื่อมต่อที่สามารถเดินทางต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ง่าย การพัฒนาการคมนาคมจึงไม่ใช้เรื่องยาก ประกอบกับไทยมีแผนที่จะสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมต่อหัวเมืองใหญ่ด้วย ยิ่งเป็นเรื่องง่ายที่จะพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านและเชื่อมต่อไปทั่วโลกอีกด้วย

3.  ด้านการลงทุน ไทย เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ค่าครองชีพไม่สูง พื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรมมีจำนวนมาก และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งรัฐบาลไทยและคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยังมีนโยบายเพื่อเจาะจงการส่งเสริมด้านการลงทุนด้วย

และที่น่าสนใจคือ “แปดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่” อันประกอบด้วย

1. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับบางกิจกรรมได้นานสูงสุด 13 ปี (ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน)

2. ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับ เครื่องจักร วัตถุดิบ ที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออก และของที่นำเข้ามา เพื่อการวิจัยและพัฒนา

3. เงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการลงทุน วิจัย และพัฒนาการส่งเสริมนวัตกรรมหรือพัฒนาบุคลากรเฉพาะด้านในอุตสาหกรรมเป้าหมาย

4. อนุญาตให้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่ได้รับ
การส่งเสริม

5. สิทธิ์การเช่าที่ดินราชพัสดุถึง 50 ปี และสามารถพิจารณาต่ออายุอีก 49 ปี

6. ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ หรือนักวิจัย ที่มีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกรมสรรพากร ประกาศในกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ตามกฎหมายว่าด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายหรือกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน,

7. ระบบ One-stop Service อำนวยความสะดวกนักลงทุนเพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสาร การขออนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการประกอบการการค้าการส่งออกนำเข้าในจุดเดียว และ

8. วีซ่าทำงาน 5 ปี เพื่อดึงดูดนักลงทุน ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลก

 

 

จาก ‘EEC’ ถึงภาคใต้

EEC ถือเป็นโครงการที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์อย่างมากต่อไทย เมื่อโครงการนี้สำเร็จคาดว่าคงจะมีนักท่องเที่ยวและนักลงทุนไม่น้อยที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวและมาลงทุนยังประเทศไทย โดยเฉพาะภาคใต้ของไทยอันเป็นที่เรื่องลือสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติชอบทะเล อีกอาหารหลากหลายรสชาติ

คาดว่าหลังจากโครงการดังกล่าวพัฒนาอย่างเป็นรูปเป็นร่างแล้ว ภาคใต้ของไทยคงจะได้รับประโยชน์ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องคอยติดตามความคืบหน้าของโครงการดังกล่าวต่อไป

 

ขอบคุณข้อมูลจาก eeco.or.th wemedia.ifeng.com และ ruidi house