ทัพเรือภาค 2 สงขลา จัดฝึกอบรมหลักสูตร “การประมงกับความมั่นคงของชาติ และไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล” พัฒนาอาชีพ รักษาผลประโยชน์ และความมั่นคงของชาติทางทะเล

วันที่ 19 ธ.ค. 62 นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ร่วมพิธีปิดและมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร “การประมงกับความมั่นคงของชาติ และไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล” เขตทัพเรือภาคที่ 2 ณ อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมและสวนบูรพาจารย์ เทศบาลตำบลระโนด อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา โดยมีพลเรือโท สำเริง จันทร์โส ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล เขตทัพเรือภาคที่ 2 เป็นประธานปิดการฝึกอบรมหลักสูตร “การประมงกับความมั่นคงของชาติ และไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล” รุ่นที่ 340/386 ซึ่งจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 16-19 ธันวาคม 2562

พลเรือโท สำเริง จันทร์โส ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 กล่าวว่า “ปัจจุบันสถานการณ์ของโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง การก่อการร้ายและปัญหาด้านเศรษฐกิจ ได้ก่อให้เกิดวิกฤติการณ์ต่าง ๆ ทั่วทุกภูมิภาคของโลก ประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน และเป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทย มีชายฝั่งทะเลยาวรวมกันถึง 1,500 ไมล์ มีเขตเศรษฐกิจจำเพาะออกไปในทะเลถึง 200 ไมล์ทะเล เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิอธิปไตยของประเทศในการแสวงหาประโยชน์ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตในทะเล เป็นภารกิจที่กองทัพเรือรับผิดชอบโดยตรง อย่างไรก็ตาม ยังมีบรรดาพี่น้องชาวประมงที่มีอาชีพผูกพันอยู่กับทะเล และมีชีวิตความเป็นอยู่แบบชาวเรือสามารถช่วยกันเสริมสร้างความมั่นคงของชาติทางทะเลได้อีกส่วนหนึ่ง เช่น พี่น้องไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล ซึ่งนับเป็นพลังมวลชนส่วนหนึ่งที่สำคัญในการสนับสนุนการรักษาความมั่นคงของชาติ”

สำหรับการอบรมในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับผลประโยชน์ และความมั่นคงของชาติทางทะเล ตลอดจนกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อประเทศชาติ กลุ่มไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล ทำหน้าที่ช่วยเหลือทางราชการในด้านการรักษาผลประโยชน์ และความมั่นคงของชาติทางทะเล โดยการช่วยป้องกัน และต่อต้านภัยคุกคามรูปแบบใดในเขตน่านน้ำไทย ตลอดจนไม่เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเสียเอง และที่สำคัญ คือ ความร่วมมือระหว่างผู้เข้ารับการอบรมกับทางราชการอย่างแน่นแฟ้น อันจะเป็นการเสริมสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยทางทะเลแก่ชาติบ้านเมืองให้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลข่าวและที่มา: สุธิดา พฤกษ์อุดม/วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต/ สวท.สงขลา