เกษตรกรจังหวัดตรัง พลิกวิกฤตแบ่งพื้นที่นา หันทำนาบัว-ตัดดอกขายได้ตลอดทั้งปี สร้างรายได้เสริม


วันนี้ (17 ธ.ค. 62) เกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ตำบลวังคีรี , ตำบลบางกุ้ง อำเภอห้วยยอด ซึ่งประกอบอาชีพหลัก คือ ทำสวนยางพารา และมีพื้นที่นาดั้งเดิมอยู่ในความครอบครองด้วย ยังคงอนุรักษ์พื้นที่นาไว้สำหรับทำนาปลูกข้าว เพื่อเอาไว้รับประทานในครัวเรือน ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่อื่น ๆ ที่ขณะนี้เปลี่ยนพื้นที่นามาเป็นการปลูกยาง และปลูกปาล์มน้ำมัน ทำให้ต้องซื้อข้าวกิน นอกจากนั้น ชาวนากลุ่มนี้ได้กันพื้นที่บางแปลงที่เป็นที่ลุ่มมีน้ำท่วมขังตลอดทั้งปี ยากต่อการทำนา หันมาทำนาบัวแทน เพื่อปลูกไว้ขายเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย

นางกมลศรี พลบุญ อายุ 45 ปี ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนชาวนา ตำบลวังคีรี อำเภอห้วยยอด กล่าวว่า “ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลวังคีรี และพื้นที่ติดกัน คือ ตำบลบางกุ้ง ที่ยังมีที่นารวมประมาณ 40 ราย รวมเนื้อที่ประมาณ 300-400 ไร่ ได้รวมกลุ่มกันทำนาอนุรักษ์แบบดั้งเดิม และร่วมกันอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองหลายสายพันธุ์ เพื่อไม่ให้สูญหายไป รวมทั้งข้าวไร่ โดยในกลุ่มก็ได้พยายามฟื้นฟูพื้นที่และใช้วิธีการทำนาแบบดั้งเดิม ด้วยการไม่ใช้สารเคมี และสารฆ่าแมลง และลดการใช้ปุ๋ยเคมี โดยกรมการข้าวได้เข้ามาตรวจรับรองแปลงปลูกทุกปีว่าปลอดภัย ไร้สารเคมีตกค้าง ทั้งนี้ พบว่าพื้นที่นาบางแปลงอยู่ในน้ำลึก มีน้ำท่วมขังตลอดปี ซึ่งทำนาแล้วไม่ได้ผล ในระยะเวลาประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา เจ้าของแปลงนา ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลบางกุ้ง ได้ดัดแปลงปรับพื้นที่ทำนามาเป็นการทำนาบัวแทน เพื่อให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น รวมทั้งได้เลี้ยงปลาในนาบัวด้วย”

ด้าน นายประภาส ไกรเทพ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่ที่ 6 ตำบลบางกุ้ง อำเภอห้วยยอด และครอบครัว กล่าวว่า “ตนเองมีพื้นที่ทำนาเดิมอยู่ทั้งหมด 16 ไร่ โดยแบ่งเป็นทำนาข้าวดั้งเดิม จำนวน 8 ไร่ ส่วนอีก 8 ไร่ ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำมีน้ำท่วมขังตลอดทั้งปี ปลูกข้าวแล้วไม่ได้ผล จึงได้เปลี่ยนแปลงความคิดเอารถแบ็กโฮขุดให้ลึกกว่าเดิม เพื่อทำนาบัวแทนมาประมาณ 3 ปีแล้ว โดยแรกเริ่มซื้อพันธุ์บัวกระถางมาปลูกเพียงไม่กี่ต้น แต่หลังจากนั้นเพราะดินดีทำให้แตกกอขยายเต็มพื้นที่ ทำให้สามารถตัดดอกขายได้ตลอดทั้งปี บางครั้งตัดได้เป็นพันดอก ขายส่งพ่อค้าในตัวเมืองตรัง และที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมชาติ แต่ขณะนี้ขาดคนงาน ประกอบกับมีหนอนลงกินทำให้มีดอกเน่าด้วย เนื่องจากไม่ได้สารเคมีฆ่าแมลง”

อย่างไรก็ตาม ยังมีดอกมากพอให้สามารถตัดส่งขายได้ทุกวันพระ ครั้งละประมาณ 300-400 ดอก โดยขายในราคาดอกละ 4-5 บาท ถ้าขายส่งดอกละ 4 บาท ทำให้มีรายได้เสริมทดแทนนาข้าว ทั้งนี้ สามารถตัดดอกขายได้ตลอดทั้งปี จะขายดีในช่วงวันพระ และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่มีไม่พอขาย สำหรับประชาชน หรือพ่อค้า แม่ค้า ต้องการดอกบัวไปจำหน่ายสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 09-0174-5751

ข้อมูลข่าวและที่มา: ณัฐนันท์ พีรเมธาวงศ์ / วสันต์พรรษ จำเริญนุสิต / สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดตรัง