วันนี้ 16 ธันวาคม 2562 เวลา 09.00 น. ที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 แถลงผลการตรวจค้นแหล่งพักพิงกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง บริเวณเขาตะโล๊ะสโตร์ อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลติดตามจนพบแหล่งพักพิงและซุกซ่อนอาวุธ อุปกรณ์ที่เตรียมก่อเหตุนับ 1,000 รายการ โดยมี พลตำรวจโท รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บังคับกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้, นายเจษฎา จิตรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, พลตรีอาคม พงศ์พรหม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา, พลตำรวจตรี ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และ พันเอก คมกฤช รัตนฉายา ผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมแถลง

จากกรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้สังหารหมู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ที่รักษาความปลอดภัย บ้านทางลุ่ม หมู่ 5 ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 15 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก จำนวน 5 ราย นั้น และเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 เจ้าหน้าที่ได้รับทราบข่าวจากแหล่งข่าวว่ามีคนร้ายจำนวน 2 ราย ที่ ก่อเหตุที่บ้านทางลุ่มเข้ามาหลบซ่อนในบ้านแนวร่วมที่บ้าน คอลอตันหยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี จนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ เป็นผลให้คนร้ายทั้ง 2 ราย เสียชีวิต

ภายหลังได้เข้าตรวจสอบจากหลักฐานที่ตรวจยึดได้จากคนร้ายประกอบกับการขยายผลจากการซักถามภาพข่าว และภาพเหตุการณ์จนนำไปสู่ การสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ลาดตระเวนพิสูจน์ทราบแหล่งหลบซ่อนพักพิง ของกลุ่มบุคคลเป้าหมาย ได้ปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ประมาณ 8 –12 คน ซึ่งหลบหนีมาซ่อนตัว ที่ บ้านตะโล๊สะโตร์ หมู่ 6 ตำบลสะเอะ อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา

ภายหลังทราบเหตุ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้หน่วยเฉพาะกิจยะลาจัดตั้งที่ทำการยุทธวิธีหน่วยเฉพาะกิจยะลา โดยจัดกำลังร่วมระหว่างหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ,41 และ47 พร้อมกำลังชุดจู่โจมเคลื่อนที่ทางอากาศ ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์รวม 13 ชุด เข้าปฏิบัติการสกัดกั้น ไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหลบหนี โดยผลการปฏิบัติสามารถตรวจยึดอาวุธ และสิ่งของ ที่ใช้ในการก่อเหตุรุนแรง ได้จำนวนหลายรายการ จึงได้ขยายผลตรวจค้น บริเวณจุดเกิดเหตุ และพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบ เนื่องจากคาดว่าบริเวณดังกล่าว น่าจะเป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มคนร้าย ที่คาดว่า จะมีการซุกซ่อนอาวุธ หรือสิ่งของที่ใช้ในการก่อเหตุรุนแรง จนสามารถค้นพบและตรวจยึด วัตถุพยาน ได้ 1,288 รายการ จากจุดที่ฝังและซุกซ่อน จำนวน 42 จุด นอกจากนี้ยังพบ เครื่องแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหาร ยา รวมทั้งเวชภัณฑ์ และอื่น ๆ อีกหลายรายการ

พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ต้องเร่งดำเนินการถึงที่สุด ไม่เช่นนั้นกลุ่มเหล่านี้จะกลับมาก่อเหตุครั้งซ้ำอีก ทั้งนี้ต้องมีการปรับแผน ในการดูแลประชาชน ดูแลความปลอดภัยตามเส้นทางต่างๆ เพราะฝ่ายตรงข้ามหาจังหวะก่อเหตุตลอดเวลา สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่อยากจะฝาก คือการแจ้งเบาะแสข่าวสาร การแจ้งเหตุจากประชาชน เนื่องจากผู้ก่อเหตุรุนแรงจะไม่สามารถอยู่ได้หากขาดอาหาร ที่พัก ขาดยานพาหนะ

สิ่งเหล่านี้ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะผู้ที่ให้การสนับสนุน ทุกกรณีถือว่ามีความผิดเทียบเท่า ผู้ก่อเหตุทุกประการ หากตรวจพบจะดำเนินการทางคดีอย่างเข้มงวด สำหรับการแจ้งข่าวสาร ขอให้มีประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแส หากกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัย ตนในฐานะแม่ทัพภาคที่ 4 ขอรับรอง

โดยโทรมาแจ้งเบาะแสได้ที่เบอร์ 061-1732999 ซึ่งเป็นเบอร์ของแม่ทัพภาคที่ 4 โดยตรง ขอให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสร้างสันติสุข เพราะเบาะแสข่าวสารที่ดี จะนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาต่างๆในพื้นที่