ประมงสงขลาลั่นหากไม่คืบหน้าจะยกระดับเข้ากรุงเทพฯ “บรรจง นะแส” ปัดประมงพื้นบ้านไม่มีเอี้ยวกับม๊อบชุมนุม


วันที่ 6 ธันวาคม 2562 เวลา 14.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา ชาวประมงและธุรกิจต่อเนื่องประมงทุกประเภท ในจังหวัดสงขลา ประมาณ 300 คน ได้เดินทางมาชุมนุมเพื่อยืนหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธิ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการ จ.สงขลา โดยมี นาวาเอก มารุต สัสดีพันธ์ รองผู้อำนวยการศูนย์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พร้อมหน่วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นตัวแทนรับหนังสือ พร้อมกับประมงทั้ง 21 จังหวัดติดชายทะเล เพื่อเรียกร้องรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาความเดือนร้อนของประมง อย่างเร่งด่วนจำนวน 11 ข้อ เช่นหยุดออกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมง เพิ่มเติมอีก และเสนอให้แก้กฎหมาย พ.ร.ก.ประมง พ.ศ. 2558 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยเร็ว, ให้รัฐบาลเร่งซื้อเรือประมงออกนอกระบบโดยเร็ว,ให้สินเชื่อเพื่อส่งเสริมสภาพคล่องให้กับชาวประมง ภายในเดือนธันวาคม นี้ ปัญหาคลาดแคลนแรงงานประมง และทบทวนแนวทางที่บังคับให้บริษัทจำหน่ายน้ำมันดีเซลให้กับชาวประมง ต้องจ่ายเงินผ่านทางบัตรฟรีทการ์ด เป็นต้น

นายสุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมงสงขลา เปิดเผยว่า “สืบเนื่องจากตลอดระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานราชการต่างๆ ได้ออก กฎ ระเบียบประกาศ และมาตรการต่างๆ มาบังคับใช้กับชาวประมง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมง ตลอดจนห่วงโซ่ธุรกิจฯ จนทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องเลิกอาชีพ เพราะประสบกับภาวะขาดทุน มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น ขาดแรงงาน ทั้งที่ในปัจจุบันประเทศไทยได้รับการปลดใบเหลืองจากสหภาพยุโรปไปแล้ว แม้ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พยายามที่จะแก้ไขปัญหาให้อย่างเต็มที่ ซึ่งต้องขอขอบคุณมายังผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่ขณะนี้ปัญหาต่างๆ ก็ยังไม่คลี่คลายและก็ยังไม่เกิดผลออกมาอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากติดขัดระบบราชการและการตัดสินใจต่างๆ ของผู้มีอำนาจฯ รวมทั้งยังมีการออก กฎระเบียบ ที่สร้างปัญหาใหม่ๆ มาอีก เช่น เรื่องการจะบังคับให้ชาวประมงชำระค่าน้ำมันผ่านระบบฟรีทการ์ด ซึ่งเป็นระบบเงินสด ในขณะที่ภาคเกษตรอื่นๆ ภาครัฐกลับดูแลอย่างเต็มที่ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ได้สร้างความไม่สบายใจต่อชาวประมงเป็นอย่างมาก หากภาครัฐไม่ดำเนินการแก้ไขตามข้อเรียกร้องของชาวประมง ก็ให้รัฐซื้อเรือประมงพร้อมเครื่องยนต์ และเครื่องมือประมงไปให้หมดทั้งประเทศเพราะไม่สามารถทำการประมงได้อีกแล้ว ซึ่งหากภายในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ ยังไม่มีคำตอบชาวประมงก็พร้อมที่จะเข้าไปชุมนุมกันที่กรุงเทพฯ”


ขณะที่นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย แกนนำสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “เครือข่ายประมงพื้นบ้านในจังหวัดภาคใต้ ยืนยันว่าการนัดยื่นหนังสือที่ศาสลากลางทุกจังหวัดที่ติดชายทะเลในครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน หลายจากหลายจังหวัดมีการเชิญชวนชาวประมงพื้นบ้าน ให้รวมตัวกันที่ศาลากลาง เพื่อเข้ายืนหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมชี้แจงและทำความเข้าใจว่าชาวประมงพื้นบ้าน ทำประมงถูกต้องตามกฎหมาย เคารพต่อระบบนิเวศเพื่อรักษาซึ่งความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง”


“หลายจังหวัดที่ติดทะเลมีขาใหญ่ประมงพานิชย์ระดมคนในชุมชนกดดันรัฐบาล เบื้องลึกต้องการจะขายเรือเถื่อน เรือสวมทะเบียนที่ผิดกฎหมาย ให้รัฐบาลรับซื้อ ตามนโยบายนำเรือออกนอกระบบ การชุมชนยื่นข้อเรียกร้องจะนำไปสู่การต่อรองในการนำงบประมาณแผ่นดินมาเพื่อซื้อเรือเก่า ดังนั้นการลงทุนจัดการชุมนุมซึ่งต้องใช้เงินจังหวัดละประมาณ 2-3 แสนบาท จึงเป็นเรื่องเล็กน้อย” นายบรรจง กล่าวและว่า


“การทำประมงทุกประเภท ต้องคำนึกถึงระบบเรียบกฎหมายที่อนุญาต หรือห้ามทำประมงที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เท่าเทียมกัน เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศสัตว์น้ำ สำหรับกฎหมายประมงฉบับปัจจุบันถึงแม้ว่าจะมีข้อจำกัด มีข้อบกพร่องบางกรณี แต่มีเจตนาให้มีการทำประมงบนฐานศักยภาพของทะเลไทย ไม่ให้มีการใช้เครื่องมือที่ผิดกฎหมาย และขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่กรมประมง ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ปฎิบัติโดยยึดมั่นในหลักการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน”