ส.ส.อรุณเร่งแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อน ชาวบ้านระโนดเดือดร้อน1,400ครอบครัว


วันที่ 15 พ.ย. 2562 ที่ศาลาประชาคม หมู่ที่ 1 ต.บ้านขาว อ.ระโนด จ.สงขลา ชาวบ้าน ตำบลบ้านขาว ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส. เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ นายสมพงษ์ แก้วจันทร์ กำนันตำบลบ้านขาว นายถาวร สันหนู ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลบ้านขาว พร้อมตัวแทนชาวบ้าน ประมาณ 50 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินในเขตห้ามล่าฯ ว่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย มีพื้นที่ครอบคลุมบางส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา และพัทลุง ประมาณ 285,625 ไร่

พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าพรุดงเสม็ดขาว ย่านลิเภา ทุ่งหญ้า และมีพื้นที่มีน้ำที่ ซึ่งเรียกว่า ทะเลน้อย ประมาณ 17,500 ไร่ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย มาตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2518 แต่ในอดีตพื้นที่บางส่วน มีชาวบ้านเข้ามาอยู่อาศัยหลายสิบปีและก่อนที่ เขตห้ามล่าจะเข้ามาสำรวจและถือครองที่ดิน โดยอ้างมีเอกสารสิทธิเป็น สค.1 นส.3 และ นส.3 ก มาแสดง และเป็นพื้นที่ทับซ้อนอยู่กับเขตห้ามล่าฯ ประมาณ 600 แปลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่อยู่ในเขตปกครองของอำเภอชะอวดและอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช และอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา

ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส. เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า “วันนี้ตนเองได้ยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภา เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 หารือ กรณีปัญหาอันเนื่องมาจากข้อห้าม แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ได้ทับซ้อนที่ของชาวบ้าน ตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ทำให้เดือนร้อนประมาณ 1,400 ครอบครัว กินพื้นที่ประมาณ 15,000 ไร่ เนื่องด้วย พื้นที่ตำบลบ้านขาว ที่มีอาคารบ้านเรื่อง ที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน พอมีการออกพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ชาวบ้านจะขุดลอก หรือจะทำการแผ้วถาง ไม่ได้เลย เพราะ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ได้ห้ามล่าสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เก็บหรือทำอันตรายแก่รังของสัตว์ป่า ยึดถือครอบครองที่ดินหรือตัดโค่น แผ้วถาง เผา ทำลายต้นไม้หรือพฤกษชาติอื่น ซึ่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ออกตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 จนถึงปัจจุบัน ตอนนี้ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธิ์พืช กำลังจะบังคับใช้ ปี 2562 ก็ยังกำหนดเขตห้ามล่าเหมือนเดิม”

ร.ต.อ. อรุณ ยังกล่าวต่อว่า “จึงฝากไปถึงกระทรวงทรัพยากรฯ ให้กำหนดเขตห้ามล่าใหม่อย่าให้ทับซ้อนที่ชาวบ้าน เพราะตามกฎหมายก็บอกอยู่แล้วว่า การกำหนดเขตห้ามล่านั้น จะทับซ้อนกับที่ทำกินหรือที่ครอบครองของชาวบ้านไม่ได้ และเวลาจะกำหนดเขตห้ามล่า อยากให้มีการทำประชาพิจารณ์กับชาวบ้านด้วย เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีหน่วยงานใดลงไปดูพื้นที่เลย จนทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือนร้อน เมื่อประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เราก็ต้องปฏิบัติตามเพราะเป็นกฎหมาย ซึ่งรัฐควรเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ไม่ว่าใครผิดใครถูกก็ต้องหันหน้ามาพูดคุยกันควรถอยคนละก้าว ชาวบ้านก็เอาเฉพาะที่ทำกินและที่อยู่อาศัยส่วน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ก็ควรถอย ออกอีกนิดเพื่อให้ชาวบ้านได้ทำกินทั้งสองฝ่ายจะได้ช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม”