ผู้ว่าฯ สงขลา ปิดงานสัมมนาวิชาการระดับภาค “คนใต้ หยัดได้” ครั้งที่ 2 มุ่งพัฒนาประเทศ-สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชน

วันนี้ (15 พ.ย. 62) ที่โรงแรมกรีนเวิลด์พาเลซ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ปิดงานสัมมนาวิชาการระดับภาค “คนใต้ หยัดได้” ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดโดยโครงการส่งเสริมองค์กรท้องถิ่นเพื่อพัฒนาสุขภาวะเยาวชน-มูลนิธิแพธทูเฮลท์ , ศูนย์อนามัยที่ 11 นครศรีธรรมราช , ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ซึ่งสนับสนุนโดย บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด โดยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สำหรับงานสัมมนาวิชาการระดับภาค “คนใต้ หยัดได้” ครั้งที่ 2 เป็นการสรุปผลการจัดงานสัมมนา ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และบทเรียน แนวคิดในการพัฒนาเด็กและเยาวชนเชิงบวก และการพัฒนาเยาวชนและครอบครัว โดยให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนคิดและการตัดสินใจ สำหรับผู้ปฏิบัติการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีในท้องถิ่น ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทบทวนทัศนคติของตนเองในการทำงาน และเห็นแนวทางการทำงานเยาวชนและครอบครัวในภายภาคหน้า และเครื่องมือที่สำคัญ คือ พระราชบัญญัติการป้องกันและแก้ไขการการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ปี 2559 ที่เป็นกฎหมายออกมาที่ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละกระทรวง

หลักในการทำงานเพื่อส่งเสริมป้องกันให้วัยรุ่น ครอบครัว ครูหมอ พ่อแม่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฯลฯ โดยแต่ละจังหวัดมีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการจังหวัด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน คณะอนุกรรมการจะเป็นตัวแทนจาก 5 กระทรวงหลัก และผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของวัยรุ่นและเยาวชน และตัวแทนสภาเด็กและเยาวชน มีการประชุมคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด อย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี เพื่อจัดทำแผนบูรณาการที่มีความสอดคล้องตามยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ของ พ.ร.บ. ซึ่งทุกจังหวัดต้องดำเนินการ รวมทั้งจังหวัดสงขลาของเรา ก็ได้ใช้กลไกดังกล่าวในการวางแผนและระดมความร่วมมือของส่วนที่เกี่ยวข้องมาขยายผล และจังหวัดเรา ซึ่งมีภาคเอกชนมาร่วมทำงานกับองค์กรปกครองท้องถิ่นเพื่อนำร่องและขยายความคิดไปสู่พื้นที่อื่น ๆ ในภาคใต้

ดังนั้น การพัฒนาประเทศให้ประชากรมีคุณภาพชีวิตที่ดี จำเป็นต้องทำงานด้านพัฒนาสังคมควบคู่ไปอย่างเท่าเทียมกัน ดังแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่กำหนดให้ยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชน ทั้งวัยเรียน และวัยรุ่นให้มีสุขภาวะที่ดี ซึ่งจะสัมฤทธิ์ผลได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนงาน ต้องอาศัยกลไกท้องถิ่นเข้ามาร่วมผลักดัน บทเรียนสำคัญที่ภาคีในจังหวัด สงขลา และนครศรีธรรมราช รวมทั้งอีกหลายพื้นที่ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ที่ได้ลงมือทำ และเก็บบทเรียนสำคัญมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีนี้ ทำให้ได้เห็นว่าเมื่อฝ่ายสาธารณสุข การศึกษา และพัฒนาสังคม มาร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สร้างความเข้าใจ สมรรถนะ และที่สำคัญ คือ สร้างแรงบันดาลใจระหว่างกันร่วมมือกันทำงานส่งเสริมสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว ในลักษณะของการบูรณาการกันทุกภาคส่วนในชุมชน โดยยึดประโยชน์เยาวชนเป็นศูนย์กลาง จะสามารถป้องกันการเดินเข้าสู่ปัญหาทางเพศ และปัญหาอื่น ๆ ที่รุมเร้าชีวิตเยาวชนในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ดังหลายตัวอย่างรูปธรรมที่นำมาเล่าสู่กันฟังในเวทีนี้

ที่มา : สวท.สงขลา