10 พ.ย.62 พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4/ผบ.ศปก.ทภ.4 เป็นประธานการประชุมติดตามผลการปฏิบัติงาน และมอบนโยบายการเพิ่มมาตรการเข้มงวด การนำเข้ามาซึ่งสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนเข้า-ออก ให้ยึดถือเป็นนโยบายที่สำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ก่อนลงมาตรวจระบบการทำงานตรวจคนเข้า-ออก ด่านข้ามแดนไทย-มาเลเซีย ณ ด่านศุลกากรสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา โดยมี พล.ต.ศานติ ศกุนตนาค ผบ.พล.ร.5 และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

โดย มทภ.4 ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้มงวดในมาตรการป้องกัน ตรวจสอบคนเข้า-ออกอย่างจริงจังด้วยระบบเทคโนโลยีไบโอเมทริกซ์ที่ต้องได้รับการประสานความร่วมมืออย่างจริงจังกันของทุกภาคส่วน ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรม การก่อเหตุด้วยข้อมูลที่ได้รับระบบไบโอเมทริกซ์ก็จะสามารถตรวจจับใบหน้าว่าเป็นบุคคลตามหมายจับได้

พร้อมสกัดกั้นไม่ให้มีการลักลอบนำสินค้าและผลิตผลทางการเกษตรจากนอกประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเด็ดขาด รวมถึงวัตถุต้องสงสัย และสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบที่จะนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัยของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนเข้า-ออก ด่านทุกด่านให้ยึดถือเป็นนโยบายที่สำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องให้ถูกต้องตามกระบวนการ เพื่อช่วยกันป้องกันและป้องปรามการเข้ามาซึ่งสิ่งผิดกฎหมายในราชอาณาจักร

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า “กำลังทหารอยู่หน้าด่านตรวจ เปรียบเสมือนด่านซ้อนด่าน เป็นเกราะที่ทำให้มีความเข้มแข็ง ที่ทำให้การตรวจสอบสิ่งผิดกฎหมายต้องเข้มข้นมากยิ่งขึ้น เป็นการสกรีนคนและของเข้า-ออก อย่างจริงจัง ผมเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งขั้นตอน กระบวนการทำงานที่เป็นระบบ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ขอให้ใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ให้มากที่สุด เพื่อปกป้องคุ้มครองประเทศ และขอให้ปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่ปล่อยปละละเลยให้สิ่งผิดกฎหมาย เข้ามาในประเทศเป็นอันขาด”

ที่มาภาพข่าว : ศูนย์ระชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง