ม.อ.นำนักวิชาการนานาชาติ ศึกษาข้อมูลแหล่งอารยธรรมพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ภายใต้การสัมมนาเชิงปฏิบัติการนานาชาติ “สุวรรณภูมิ บนเส้นทางสายไหมทางทะเล ที่สงขลา” เผยแพร่พร้อมสนับสนุนข้อมูลอันเป็นประโยชน์แก่ภาครัฐในการพัฒนาพื้นที่อย่างถูก และเหมาะสม

8 พฤศจิกายน 2562 ที่ ห้องภูมิปัญญศิลป์ ชั้น 3 ศูนย์ส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการนานาชาติ “สุวรรณภูมิ บนเส้นทางสายไหมทางทะเล ที่สงขลา” (International Seminar & Workshop on Suvarnabhumi: On the Maritime Silk Road@ Songkhla) โดยมี ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา นายกสภามหาวิทยาลัย และผศ.สุพจน์ โกวิทยา รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ร่วมให้การต้อนรับ มีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 150 คน

สำหรับการสัมมนานานาชาติดังกล่าว จัดโดยศูนย์ส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในระหว่างวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2562 โดยมีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย ผู้บริหารของมหาวิทยาลัย ภาคีวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดีไทยและต่างประเทศ อาทิ ศ.เกียรติคุณ ศรีศักร วัลลิโภดม มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ และสำนักเมืองโบราณ, นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ, Dr. Anna T Bennet, Conservative and Technical Services Limited. ประเทศเบลเยียม, ดร.ภัทร รุจิรทรรศน์ หรือ Mr.Peter Skilling สำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศ และ Palm Leaf Society และ Mr.Hunter Ian Watson, National University of Singapore ประเทศสิงคโปร์ เข้าร่วม

โดยมีการนำเสนอข้อค้นพบใหม่ในเรื่องสุวรรณภูมิ: ภูมิอารยธรรมเชื่อมโลก หลักฐานการค้า : ทองที่พบตามสถานีการค้าบนเส้นทางสายไหมทางทะเล และข้อมูลที่ถูกค้นพบที่สำคัญอีกมากมาย ทั้งนี้ มีการแสดงหลักฐานโบราณคดีสมัยสุวรรณภูมิที่พบใหม่บนพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย อาทิ เงินตราโบราณ ผอบพระธาตุ อักขระจารึก ทองคำโบราณ หัวแหวนเครื่องประดับ สัญลักษณ์รูปเคารพ เครื่องใช้และภาชนะ แก้ว และลูกปัด เป็นต้น ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมการสัมมนาเป็นอย่างมาก

ส่วนในวันที่ 9 พ.ย. 62 ของการสัมมนา จะมีการนำคณะเดินทางชมแหล่งโบราณคดีสงขลา โดยร่วมกับภาคีวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดีไทย และต่างประเทศ เพื่อการสร้างความตระหนักในคุณค่าที่แท้จริงของพื้นที่คาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทยในฐานะสะพานเชื่อมโลกบนเส้นทางสายไหมในอดีตที่เป็นศูนย์อารยธรรมที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง

โดยจะมีการลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติมัชฌิมาวาส เพื่อศึกษาข้อมูลแหล่งโบราณดี สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ บนคาบสมุทรสทิงพระ และโบราณสถานเขาน้อย แห่งกรุงสะทิงพาราณสี ซึ่งเป็นสถานีการค้านานาชาติ เมื่อพุทธศตวรรษที่ 12-15

ทั้งนี้ คณะศึกษาวิจัยภายใต้โครงการสุวรรณภูมิบนเส้นทางสายไหมทางทะเล ร่วมกับภาคีวิชาการและนักการศึกษาทั้งไทยและต่างประเทศ จะร่วมกันค้นคว้าและประมวลองค์ความรู้เบื้องต้นที่เกี่ยวกับความสำคัญของคาบสมุทรภาคใต้ของไทยในฐานะสะพานเชื่อมโลกบนเส้นทางสายไหมในอดีต ตั้งแต่สุวรรณภูมิ ทวารวดี ศรีวิชัย สืบมาจนถึงปัจจุบัน ในมิติคุณค่าต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นประโยชน์นี้ไปยังชุมชน สังคม และสาธารณชน และเพื่อหน่วยงานของรัฐ สามารถนำข้อมูลที่ได้ประกอบแผนการพัฒนาพื้นที่อย่างถูกและเหมาะสมต่อไปในอนาคต

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง