จากกรณีกลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและกลุ่มชาวบ้านเสียชีวิต15รายและบาดเจ็บ 5 รายเมื่อวันที่ 5 พ.ย.2562,เวลา 23.25 เหตุเกิดพื้นที่หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2562

พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยสั่งการเน้นย้ำทุกหน่วยปรับแผนการรักษาความปลอดภัยขยายไปยังชุมชนที่ไม่ล่อแหลมด้วย พร้อมกับเน้นย้ำให้ตำรวจรวบรวมวัตถุพยานให้รัดกุมที่สุด เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มขบวนการ brn ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้ก่อเหตุรุนแรง หวังสร้างภาพข่าวให้คนไทยทั้งประเทศตกใจกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ขนาดนี้

ชรบ.คือ พี่น้องประชาชนที่อาสามาดูแลพื้นที่ เป็นชาวบ้านธรรมดา กลางวันทำงานกลางคืนเสียสละออกมาดูแลพื้นที่ ซึ่งเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุรุนแรง ณ ขณะนี้ ทั้ง อส. ชรบ. เป็นเป้าหมายหลักของเขา เป็นจุดอ่อนที่เลือกก่อเหตุ ถ้าสังเกตุล่าสุดเหตุที่ปัตตานี สายบุรี เรามีการโต้ตอบอย่างทันควัน เพราะมีกำลังพร้อมมาก นั่นคือกำลังทหารหลัก ทหารพราน

ซึ่งตรงจุดนี้เราต้องปรับแผนพอสมควรคือ เปลี่ยนเป็นเข้าพื้นที่แทนการประจำตามป้อม จะไม่อยู่ตามป้อม อาจจะต้องจรยุทธ์ ไม่ให้สามารถจับเป้าหมายได้ถูก ทำเลต้องปรับ และต้องเจาะลึก คือไม่ใช่นอนในป่า แต่ต่อไปต้องนอนใต้ถุนบ้าน ในหมู่บ้าน นี่คือสิ่งที่ต้องปรับแน่นอน

ความต้องการพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันดับแรกคือ 1. อยากให้รัฐบาลปราบยาเสพติด ซึ่งเราทำอยู่แล้ว แล 2.ยุติความรุนแรง ซึ่งเรื่องความรุนแรงรัฐไม่เคยก่อเลย ดังนั้นพี่น้องประชาชนต้องช่วยคนละไม้คนละมือ และออกมาต่อต้านผู้ที่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ถึงเวลาที่ทุกคนต้องออกมาปฏิเสธคนที่สั่งการอยู่ทั้งในและนอกประเทศ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ ต้องช่วยสกรีนคนที่เข้าออกหมู่บ้าน ต้องช่วยกัน 290 ตำบล ต้องออกมาร่วมยุติความรุนแรง ต้องกล้า รวมไปถึงพี่น้องประชาชนด้วย

ส่วนกฎหมายพิเศษจะต้องดำเนินการใช้ในพื้นที่ต่อหรือไม่นั้น แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวเพิ่มเติมว่า การพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุขยังดำเนินการต่อไป แต่ทีมกำลังทหารที่เป็นการสั่งการอยู่ในพื้นที่ ซึ่งมีไม่มาก ต้องบังคับใช้กฎหมาย โดยต้องใช้กฎหมายพิเศษ ซึ่งไม่ได้ใช้โดยฝ่ายมั่นคงเพียงฝ่ายเดียว แต่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าของบ้านเป็นหลัก เข้าไปร่วมดำเนินการด้วยทุกครั้งที่มีการใช้กฎหมายพิเศษเข้าปิดล้อม ตรวจค้น เราบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่

เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่บ่งชี้ว่ากลุ่มคนร้ายยังไม่ละความพยายามในการก่อเหตุโดยไม่เลือกเป้าหมาย และยังคงย้อนแย้งกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่ที่พยายามเรียกร้องให้รัฐยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษโดยไม่เคยคำนึงถึงผลกระทบทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ จึงขอให้สังคมช่วยกันเรียกร้องและตรวจสอบพฤติกรรมขององค์กรเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพราะการแสดงตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ต่างจากอาชญากรที่กำลังละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบรอยเลือด หมวก เป้ ปลอกกระสุน และดีเอ็นเอ คาดว่าจะรู้กลุ่มที่ก่อเหตุได้ในไม่ช้า ตอนนี้ต้องขอเวลาตรวจสอบปลอกกระสุนและหลักฐานต่างๆ 2 วัน ผู้ก่อเหตุเองก็โดนยิงได้รับบาดเจ็บ เพราะว่าเราพบรอยเลือดกองใหญ่อยู่ที่เกิดเหตุด้วย ส่วนอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ก็ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุนำออกไปด้วยบางส่วน คาดว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเดิม ๆ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวทิ้งท้าย

ที่มาภาพข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง