ผู้ว่า ฯ สงขลา นำทีมหัวหน้าส่วน ลงพื้นที่โบราณสถาน ฝั่งสิงหนคร เพื่อศึกษาข้อมูล นำสงขลาสู่มรดกโลก

วันนี้ (2 พ.ย.62) นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนางกัญจนา เกลี้ยงเกลา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผู้บังคับบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา นางกมลวรรณ วิปุลากร ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา อาจารย์สืบสกุล ศรีสุข ผู้อำนวยการภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม และหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่โบราณสถานเมืองสงขลา ฝั่งสิงหนคร เพื่อศึกษาข้อมูล นำสงขลาสู่มรดกโลก

โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมหัวหน้าส่วนราชการได้ออกเดินทางลงเรือบริเวณท่าเทียบเรือตรงข้ามร้าน Songkhla Station เพื่อชมวิถีชีวิตของชุมชนริมทะเลสาบสงขลา จากนั้นได้นั่งรถซาเล้ง เพื่อเดินทางไปยังเขาแดง และเดินเท้าขึ้นสู่ยอดเขาด้านตะวันออก ระหว่างทางได้แวะป้อมปราการที่ 8 ซึ่งจะมองเห็นวิวทิวทรรศเมืองสงขลาได้ 180 องศา แล้วมุ่งหน้าขึ้นไปสู่ยอดเขาที่มีเจดีย์องค์ขาวองค์ดำ ตั้งอยู่ โดยเจดีย์ทั้งสองถูกสร้างขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะในการรักษาขอบขัณฑสีมากรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นในเขตหัวเมืองชายแดนภาคใต้ไว้ได้ ก่อนจะเดินทางลงจากเขาทางฝั่งตะวันตก ที่จะผ่านป้อมปราการอีก 3 จุด ประกอบด้วย ป้อมที่ 6 , 5 และ 4 ซึ่งแต่ละป้อมมีความมั่นคง แข็งแรง แสดงให้เห็นว่าหัวเขาแดงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านต่าง ๆ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการปกครองและด้านการทหาร

ต่อมาเมื่อลงจากเขาแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาพร้อมคณะได้เดินเท้าต่อไปยังป้อมปราการที่ 1 2 และ 3 ที่อยู่บริเวณใกล้กัน ก่อนจะนั่งรถซาเล้งต่อไปที่สุสานสุลต่านสุลัยมาน พระราชาธิบดีแห่งเมืองสงขลาองค์ที่ 1 ซึ่งกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังป้อมปราการที่ 9 เป็นอีกหนึ่งโบราณสถานที่ถือว่ายังคงความสมบูรณ์และสวยงามไว้ให้เห็น

หลังจากนั้นได้เดินทางต่อไปยังโบราณสถาน “บ่อเก๋ง” เพื่อแวะเยี่ยมชมภาพสีน้ำ ภายใต้นิทรรศการศิลปะ Singora Comes Alive…ย้อนอดีตเมืองเก่าสงขลา ของวิสาหกิจชุมชน “Ecotourism Songhla Thailand” แล้วเดินทางต่อไปยังมัสยิดยาบัลโรด เหร๊ะหม๊ะ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้พูดคุยกับผู้นำทางศาสนา และผู้ที่เข้ามาประกอบพิธีถึงแนวทางการพัฒนาและนำสงขลาสู่มรดกโลก ก่อนเดินทางต่อไปยังวัดศิริวรรณาวาส วัดภูผาเบิก และวัดสุวรรณคีรี ซึ่งทั้ง 3 วัดข้างต้นตั้งอยู่ในอาณาเขตเดียวกันแต่มีความแตกต่างด้านประวัติศาสตร์ความเป็นมา เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่น่าสนใจ รอให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก :  อมลรดา ชูประสิทธิ์ /ข่าว , ประชา – อมลรดา /ภาพ ,สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง